รีวิว

Hongkong - Macau 4 วัน 3 คืน ด้วยตัวเอง ไม่ง้อทัวร์ |trip กิน เที่ยว ไหว้พระ|

Macao
วันออกเดินทาง 07/12/2016
วันเดินทางกลับ 10/12/2016
จำนวนผู้ร่วมทริป ผู้ใหญ่ 3 คน
งบประมาณเฉลี่ยต่อคน 10,001 - 15,000 บาท
บันทึกเพิ่มเติม สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคน กว่าจะว่างมาเขียนรีวิว เล่นเอาผ่านเวลาไปเนิ่นนานพอสมควร เราขอเรียกกระทู้นี้ว่าเป็นการแชร์ประสบการณ์ การเดินทางไปท่องเที่ยวฮ่องกงครั้งแรกด้วยตัวเอง กับเพื่อน ๆ โดย Airasia ได้ปล่อยตั๋ว Promotion เพื่อนจองตั๋วก่อน แล้วมาถามเราไอเราก็อยากไปเที่ยวต่างประเทศอยู่แล้ว ก็เลยรีบกดจองตามไป ได้ตั๋วมาในราคา ไป-กลับ กรุงเทพฯ – มาเก๊า 3400 บาท/คน
1K views
วันที่
1

สวัสดีเพื่อน ๆ ชาวพันทิปทุกคน กว่าจะว่างมาเขียนรีวิว เล่นเอาผ่านเวลาไปเนิ่นนานพอสมควร เราขอเรียกกระทู้นี้ว่าเป็นการแชร์ประสบการณ์ การเดินทางไปท่องเที่ยวฮ่องกงครั้งแรกด้วยตัวเอง กับเพื่อน ๆ โดย Airasia ได้ปล่อยตั๋ว Promotion เพื่อนจองตั๋วก่อน แล้วมาถามเราไอเราก็อยากไปเที่ยวต่างประเทศอยู่แล้ว ก็เลยรีบกดจองตามไป ได้ตั๋วมาในราคา ไป-กลับ กรุงเทพฯ – มาเก๊า 3400 บาท/คน

จากนั้นเราได้ตั๋วเครื่องบินมาแล้ว ก็เริ่มหาที่พัก เราทำการจองที่พักผ่าน booking.com เลือกที่พัก Homy Inn ซึ่งดูรีวิวจากเพื่อนใน pantip ว่าที่พัก Ok ราคาไม่แพง ซึ่งได้มาในราคา 5860 บาท /2 คน

จากนั้นหาที่พักเสร็จหาข้อมูลและถึงเวลาเดินทาง
Day 1 07 Dec 2016 [Bangkok – Macau – Hongkong – Tsim Sha Tsui]
เราออกเดินทางจาก สนามบินดอนเมือง เวลา 18.30 น. ถึง สนามบินมาเก๊า เวลา 21.55 น. ด้วยเที่ยวบิน FD 766 ลงเครื่องปุ๊ปผ่านตรวจคนเข้าเมือง ตม.ใจดีผ่านง่ายสบายมาก ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที จากนั้นเราผ่านตมเสร็จแล้วเดินออกมาจากสนามบินเนื่องจากเราถึงสนามบินมาเก๊าค่อนข้างดึก ตอนแรกกะว่าจะเดินไปท่าเรือ แต่เราถึงดึกแล้ว พวกเราเลยเลือกใช้การเดินทางไปท่าเรือโดย taxi โดยค่า taxi ที่มาเก๊าค่อนข้างแพงเหมือนกัน จะมีชาจค่ากระเป๋าด้วย
>> ท่าเรือ HK China Ferry Terminal ท่าเรือนี้จะอยู่ในตัวเมืองมาเก๊าห่างจากสนามบิน จะเป็นของบริษัท Turbojet
http://www.turbojet.com.hk/en/routing-sailing-schedule/hong-kong-macau/sailing-schedule-fares.aspx
>> ท่าเรือ HK Macau Ferry Terminal (ท่าเรือนี้จะอยู่ใกล้ๆสนามบิน หรืออยู่ Taipa นั่นเอง จะเป็นของบริษัท Cotai Jet
http://www.cotaiwaterjet.com/ferry-schedule/hongkong-macau-taipa.html

บรรยากาศภายในเรือ ระหว่างนั่งเรือ เราก็เปลี่ยน SIM มือถือเพื่อไม่ให้เสียเวลา

http://www.hongkongfanclub.com/index.php?topic=34214.0
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. เราก็เดินทางมาถึง ฮ่องกง จากนั้นเมื่อมาถึง ฮ่องกงแล้ว เราก็มาเขียนใบ ตม. เพื่อผ่าน ตรวจคนเข้าเมือง แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เพื่อนที่เดินทางไปด้วยกัน โดนตม.เรียกเข้าไปในห้องเย็น แต่เมื่อเค้าสอบถามเพื่อนเสร็จก็อนุญาตให้เข้าได้เพราะมาเที่ยวไม่ได้มีปัญหาอะรัย ใช้เวลาผ่านตม.รวมรอเพื่อนอีกประมาณ 1 ชม. ซึ่งเป็นเวลาเกือบตี 1 แล้ว เราเลยเลือกใช้วิธีการเรียก taxi เข้าที่พัก
>> Homy Inn : Flat C, 8/F, Mansion, 33-35 Chatham Road South Tsim Sha Tsui Hong Kong
ลิฟต์มี 4 ตัว สำหรับ Homy Inn ใช้ได้ 2 ตัว จะแบ่งเป็นชั้นคู่ กับชั้นคี่ รอลิฟต์ไม่นาน คนไม่เยอะ Check In ได้ที่ชั้น 8

บรรยากาศที่พักค่อยข้างแคบ แต่ reception ใจดีมากเป็นคุณป้า checkin เสร็จ ป้าแกก็เดินมาเปิดห้องให้โดยห้องที่เราพักอยู่อีกตึกกับ reception ห้องพักโดยรวม OK เลยแต่แคบไปนิดนึง จบวันที่ 1 แล้ว อาบน้ำนอนเตรียมตัวลุยต่อวันที่ 2

วันที่
2

Day 2 08 Dec 2016 [Hung Lee – Ngong Ping – City gate outlet – Che Kung Temple – The Peak]
เปิดประเดิมเช้าวันที่สองด้วยการ กินโจ๊กฮ่องกงชื่อดัง ร้าน Hung Lee Restaurant ร้านโจ๊กชื่อดังในย่าน tsim sha tsui ใครที่มาฮ่องกงต้องมาลอง
⌂ MTR: tsim sha tsui ทางออก B2
⌛ เปิดบริการ : 8:00 - 22:00
มาถึงร้านคนเยอะเหมือนกันใช้เวลายืนรอประมาณ 30 นาทีกว่าจะได้โต๊ะนั่ง

โจ๊กค่อนข้างเนื้อเนียน ปาท่องโก๋ ก็กินแล้วรสชาติอร่อยดีแต่ไม่ถึงกับ WOW แต่ ก๋วยเตี๊ยวหลอดอร่อยต้องลอง

หลังจากที่กินโจ๊กอิ่มแล้ว เริ่มออกเดินทางต่อ จากร้านโจ๊กไม่ไกลกลับรถไฟใต้ดิน (MRT)

เราเดินลงมาในสถานี tsim sha tsui เดินหาตู้ที่มีพนังงานจำหน่ายบัตร เราเลือกที่จะใช้บัตร one day pass หรือ เรียกว่าบัตร Tourist Day Pass สงนราคา 55 HKD บัตรจะมีอายุการใช้งาน 24 ชั่วโมง หลังจากแตะบัตรครั้งแรก สามารถใช้เดินทางด้วย MRT ได้ทุกสายทั่ว Hongkong

แผนที่ MRT http://www.holidaythai.com/hong_kong_map_detail_17.htm

จากนั้นเราก็เดินทางไป สถานี Tung Chung โดยนั่งสายสีแดง tsim sha tsui แล้วไปเปลี่ยนสาย ที่สถานี Centrel เป็นสายสีส้ม เพื่อไปลงสถานี Tung Chung เพื่อไหว้พระใหญ่เกาะลันเตา - นั่งกระเช้า Ngong Ping 360

>>พระใหญ่นอนปิง Ngong Ping สถานี Tung Chung Exit B เดินทางมาถึงสถานี Tung Chung ซึ่งเป็นสถานีสุดท้ายของสายสีส้ม เดินขึ้นมาเราจะเจอกับ Citygate Outlet เราจะไปขึ้นกระเช้าก่อนแล้วลงมาเที่ยว Outlet กัน

ระหว่างทางเราก็เก็บภาพบรรยากาศข้างทางที่ MRT ผ่าน

ถึงแล้ว กระเช้า Ngong Ping 360 แต่พวกเราได้ทำการบ้านโดยการซื้อตั๋วมาล่วงหน้าแล้ว คนค่อนข้างเยอะพอสมควรรอคิวแลกตั๋วนานราว 30 นาที แล้วก็ได้ตั๋วมา จากนั้น เดินเช้าไปรอนึ้นกระเช้า เนื่องจากเรามาถึงช่วงสาย ๆ ทำให้เจอกับมวลมหาประชาชน ทั้งทัวร์ไทย จีน มาเล เยอะแยะเต็มไปหมด ทำให้ต้องรอขึ้นกะเช้าเกือบชั่วโมง กระเช้าที่เราจองมา เราจองแบบพื้นใสทั้งขาไปและขากลับ ราคา 1690 บาท/คน

ได้บัตรมาแล้ว ต่อแถวรอขึ้นกระเช้ากัน

ได้ขึ้นแล้ว พร้อมกับถ่ายบรรยากาศรอบ ๆ ทางขึ้นเขาไปพระใหญ่

เดิมทีอารามโป๋หลินเป็นเพียงอารามที่อยู่ห่างไกล และหลบลี้ผู้คนด้วยทัศนียภาพที่เป็นป่าและภูเขา แต่อารามนี้ได้มีชื่อเสียงและปรากฏอยู่บนแผนที่โลกเมื่อมีการสร้างพระพุทธรูปเทียนถานที่มีความพิเศษ (มีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่าพระใหญ่) ในปี 1993 พระพุทธรูปสำริดอันสง่างามนี้มีความสูง 34 เมตรและหันพระพักตร์ไปทางเหนือเพื่อเฝ้าดูชาวจีน เป็นที่ดึงดูดพุทธศาสนิกชนจากทั่วทั้งเอเชีย

กิริยาต่างๆ ขององค์พระ ได้แก่ พระเนตร พระโอษฐ์ การเอียงพระเศียร และพระหัตถ์ขวายกขึ้นให้พรแก่คนทั่วไป ได้ทำให้องค์พระใหญ่มีลักษณะอ่อนโยนและสง่างามอย่างลุ่มลึก โดยต้องใช้เวลาการก่อสร้างถึง 12 ปี หากคุณอยากจะสำรวจพระพุทธรูปที่โดดเด่นนี้อย่างใกล้ชิดขึ้น ให้ขึ้นบันไดไปอีก 268 ขั้น และยังจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของทิวเขาและทะเลจากบริเวณฐานขององค์พระด้วย

องค์พระพุทธรูปหันพระพักตร์ไปทางเหนือสู่จีนแผ่นดินใหญ่ ประดิษฐานอยู่โดยมีความสูง 26.4 เมตร บนฐานดอกบัว หากนับรวมฐานแล้วมีความสูงทั้งสิ้น 34 เมตร ค่าก่อสร้างพระพุทธรูป 60 ล้านเหรียญฮ่องกง

ตรงข้ามพระพุทธรูป เป็นที่ตั้งของอารามโป๋หลิน ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธ์ของชาวพุทธที่สำคัญที่สุดของฮ่องกง และถูกเรียกว่าเป็น "โลกของพุทธศาสนิกชนในตอนใต้" เป็นสถานที่จำวัดของพระสงฆ์ที่เคร่งครัด อารามแห่งนี้เต็มไปด้วยภาพของเกี่ยวกับพุทธศาสนาที่มีสีสันสวยงาม และรื่นรมย์ด้วยเสียงนกร้องและกลิ่นหอมของดอกไม้ในสวน คุณยังสามารถกระตุ้นความอยากอาหารได้ที่ร้านอาหารมังสวิรัติที่เป็นที่นิยมในอารามด้วย

เดินเล่น ไหว้พระถ่ายรูป ดูของ ไปสักพัก ก็ 13.00 น. แล้ว ถึงเวลาลงข้างล่าง ไปหาอาหารเที่ยวรับประทานที่ citygate outlet

ลงมาถึงเราก็หาอาหารเที่ยงกันเลย เดินหากันพักใหญ่ เจอร้านนี้คนจีนนั่งเยอะ เลยจัดไป
จำไม่ได้วาเรียกว่าอะรัย แต่หน้าตาอาหารให้ 10/10 ไปเลย รสชาติหรอ เหมือนข้าวขาหมูบ้านเราแล้วมีหมูทอดด้วย ให้รสชาติ 8/10 จากนั้นกินอิ่มแล้ว เดิน shopping แต่ไม่ได้อะรัย เพราะเป็นรุ่นเก่าๆที่เอามารดราคา เลยไม่ได้อะรัย จากนั้น เราก็ไปต่อกัน

วัดแชกง – Che Kung Temple หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดกังหันลม” ตั้งอยู่ใกล้กับสถานี MTR Tai Wai เป็นอีกหนึ่งวัดที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน สร้างมาตั้งแต่ 300 ปีก่อน ตามตำนานเล่ากันว่าได้มีโจรสลัดต้องการที่จะมาปล้นชาวบ้าน เมื่อนายพลแชกงรู้เข้าก็ได้บอกให้ชาวบ้านพับกังหันลมแล้วนำไปติดไว้ที่หน้าบ้าน ปรากฎว่าโจรสลัดได้จากไปและไม่ได้ทำการปล้น ชาวบ้านจึงมีความเชื่อว่ากังหันลมนั้นช่วยขจัดสิ่งชั่วร้ายที่กำลังจะเข้ามา และนำพาสิ่งดีๆมาสู่ตน จึงได้สร้างวัดแชกงแห่งนี้ชึ้น เพื่อระลึกถึงนายพลแชกง และเป็นที่สักการะบูชาเพื่อไม่ให้มีสิ่งไม่ได้เกิดขึ้น
⌂ MTR : Tai Wai ทางออก B
⌛ เปิดบริการ 7.00 - 18.00 ทุกวัน (ฟรี)
เมื่อเดินเข้าไปที่วัด จะมีกังหัน 4 ใบพัด แต่ละใบหมายถึง เดินทางปลอดภัย, สุขภาพแข็งแรง, โชคลาภ และเงินทอง เชื่อกันว่าหากหมุนครบ 3 รอบและตีกลอง 3 ครั้ง จะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป และนำพาสิ่งดีๆเข้ามา และที่ด้านในอาหารหลักของวัดจะมีรูปปั้นนายพลแชกงสีทอง ตั้งอยู่ตรงกลางห้องโถง สามารถกราบไหว้ขอพรกับท่านได้เช่นกัน
หมุนกังหัน ที่ตั้งอยู่ข้างๆ รูปปั่นของท่าน แชกงหมิว โดยใช้ นิ้วชี หมุนกังหันตามเข็มนาฬิกา จะหมุน 1 รอบ หรือ 3 รอบ ก็แล้วแต่สะดวก หลักการคือให้กังหันพัดเอาสิ่งไม่ดีออกจากตัวเรา แ้ล้วพัดเอาแต่สิ่งดีๆ เข้ามา จากนั้นเดินไปตีกล่อง อีก 3 ครั้ง ดัง ๆ เพื่อให้พรนั้นสมประสงค์ และเป็นที่รับรู้ทั่วกันทั้งฟ้าดิน

หลังจากที่เราไหว้พระเสร็จ ยังพอมีเวลา เราคิดกันว่าควรไป The Peak จากสถานี Tai Wai เราจะไป สถานี Central ทางออก A จากนั้น ข้ามสะพานลอยไปฝั่งตรงข้าม เดินไปทางซ้าย จะมีทางลงไปใต้ตึก เป็นที่จอดรถเมล์สาย 15C นั่งไปจนสุดสาย ที่ Peak Tram

ใช้เวลานานพอสมควร เราก็หลับเอาแรงบนรถ มาถึง The peak ก็มืดแล้ว ไปถ่ายรูปเก็บบรรยากาศกันเถอะ

ดื่มดั่มกับบรรยากาศเสร็จแล้ว เราก็ลงจาก The Peak

หลังจากเสร็จจาก the peak เราก็กลับที่พักแต่แวะกิน Shushi ก่อนกลับที่พัก
เดิน ๆ อยู่ไม่รู้จะกินอะรัย เจอร้าน ร้าน genki sushi (ป้ายเหลือง) อยู่ใกล้ที่พักก็เลยจัดไป

รสชาติดีราคาสมเหตุสมผล ให้ 9/10 ไปเลย

กินอิ่มแล้วหนังตาก็เริ่มหย่อน พบกันใหม่สันที่3 Good night zzZ

วันที่
3

มาต่อกันเลยจ้า
Day 3 09 Dec 2016 [Sun Hing Dim sum – Wong Tai Sin – Chi Lin Nunnery – Nan Lian Garden – Mong Kok]

วันที่
4

ตื่นมาพร้อมกับความหิววันนี้เรารู้สึกว่าเราน่าจะออกช้าหน่อยเพราะเราเจอกับ salary man เยอะเลย ใน MRT
ระหว่างทางเดินไปร้านติ่มซำ เจอร้านเกร๋มากมาย เราเลยถ่ายเก็บไว้ เมืองฮ่องกงเป็นเมืองที่มีร้านเก๋ เยอะ โดยเราชอบที่เค้าบริการพื้นที่ที่มีอย่างจำกัดได้เกิดประโยชน์อันสูงสุด ซึ่งเค้าบริหารจัดการได้ดี

ถึงแล้วร้านติ่มซำ Sun Hing

ความคิดเห็นทั้งหมด (0)

    รีวิวที่คล้ายกัน

    ทริปที่ใกล้เคียง

    ไอเดียที่ใกล้เคียง