รีวิว

"ปัตตานี" ใครไม่เที่ยว เราเที่ยวเองก็ได้

Thailand
วันออกเดินทาง 28/07/2017
วันเดินทางกลับ 30/07/2017
จำนวนผู้ร่วมทริป ผู้ใหญ่ 1 คน
งบประมาณเฉลี่ยต่อคน 1,001 - 5,000 บาท
บันทึกเพิ่มเติม “ปัตตานี”

วันหยุด 28-30 ก.ค. ที่ผ่านมา มีความว่าง แล้วไม่รู้จะไปไหนดี

ในหัวก็ผุดขึ้นมา อยากนั่งรถไฟอันใหม่
สายเหนือ เต็ม
สายอีสาน เต็ม
สายใต้ ยังพอมี แล้วจะไปเที่ยวไหนดี

ชุมพร สุราษ ไปถึงก็ เที่ยงคืน ตีหนึ่งแล้ว กว่าจะเช้า
ปล่อยผ่าน บาย

หาดใหญ่ เคยไปแล้ว ปล่อยผ่าน บาย

นึกขึ้นได้ มีเพื่อนอยู่ปัตตานี งั้นไปนี่แล้วกัน จองตั๋วรถไฟลง ชุมทางหาดใหญ่ แล้วค่อยต่อรถไปอีกที

หลังจากจองตั๋วเสร็จก็ไลน์บอกที่บ้าน ว่าจะไป ปัตตานี นะ
ประโยคแรกที่ได้รับ ไปทำไม อันตราย จะโดนระเบิดเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ปากบ่นไป ปิดท้ายประโยคด้วยว่า ซื้อ ลูกหยีไร้เมล็ด ไตปลาแห้ง
น้ำพริกกุ้งเสียบ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ไมโลคิวป์ เช่าหลวงปู่ทวด มาด้วยนะ

หืมมมมมมมม มมมม ม แบบนี้ก็ได้หรอ

ฝากเพจด้วยจ้าาา https://www.facebook.com/gubpacker/
4K views
วันที่
1

วันที่ 28 ก.ค. 14.45 น.

สถานีรถไฟกรุงเทพ
รถไฟ ขบวนที่ 31 กรุงเทพ - ชท.หาดใหญ่ จะจอดอยู่ชานชลาที่ 4
รถไฟออกตรงเวลาเป๊ะ ผมจะไม่รีวิวรถไฟมากแล้วกัน เพราะรีวิวกันเยอะมากแล้วจริงๆ

มารอตั้งแต่รถยังไม่เทียบชานชลา มีความตื่นเต้นหน่อยๆ

รถไฟสวยสะอาด น่านั่ง พอถึงสถานีราชบุรี เห็นน้าที่นั่งด้วยกันหายไป แล้วอยู่ๆก็เดินถือกล่องโฟมมา นึกขึ้นได้ ว่าราชบุรี มีเส้นเล็กแห้งขาย ก็เลยรีบพุ่งตัวไปที่ประตูอย่างไว ได้ก๋วยเตี๋ยวมา 2กล่อง กล่องละ 10บาท พอประทังชีวิตไปได้...

ในเมื่อก๋วยเตี๋ยว ไม่พอยาไส้ ท้องมีความหิว เลยไปหาอะไรกินที่ตู้เสบียง ก็ได้พบเจอกับ ข้าวผัดวิญญาณปู กับชามะนาว ตอนสั่งเสร็จ รถไฟก็ถึงสถานีหัวหินพอดี เห็นป้าหอบข้าวขาย ก็เลยได้กระเพาะปลา 20บาท มาอีก 1 ถ้วย

ความพีคอย่างนึงของเตียงบนคือ จะได้ยินเสียงกรนจากรอบทิศทาง ควรพก ear plug ผ้าปิดตา ไปด้วย ไม่งั้นจะนอนไม่หลับแน่ๆ เสียงล้อกระทบราง ยังไม่หนวกหูเท่าเสียงกรนจริงๆ นึกว่านั่งอยู่ในโรง IMAX ผมโดนน้าเตียงล่าง ตดอัดขึ้นมาข้างบนกินรัญจวนใจที่สุด ก็ได้แต่เสียบหูฟัง ฟังเพลงวนไป

วันที่
2

วันที่ 29 ก.ค. 06.20
รถไฟเทียบชานชลา ก่อนกำหนด 15 นาที เดินออกจากสถานีมาแบบมึนๆ เจอฝูงพี่วิน ถามว่าจะไปไหน ก็บอกว่าหาแท๊กซี่เข้าปัตตานี พี่วินเปิดราคาไปกลับที่ 1200 โหว ไมแพงอย่างนั้นพี่ ที่เตรียมมา เหมาเที่ยวละ 480 บาทเองหนิ

สำหรับใครจะไป มีแท๊กซี่ 2 จ้าว ที่เข้าเมืองปัตตานี แท๊กซี่ นั่ง 4คน คนละ 120 ใครอยากเหมาทั้งคันก็ 480 หรือถ้ามีคนรออยู่แล้ว ก็ขอเขาออกส่วนต่างที่เหลือได้เลย ก็จะได้ประหยัดไปอีก ถ้าไม่อยากรอนาน

หรือจะเช่ารถจาก หาดใหญ่แล้วขับมาที่ปัตตานีก็เป็นทางเลือกที่สะดวกเหมือนกัน เพราะในเมืองไม่มีขนส่งสาธารณะ
จากหาดใหญ่ เข้าตัวเมืองปัตตานี 100กิโลนิดๆ ขับประมาณ 1 - 1.30 ชั่วโมง ก็ถึงแล้ว

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
คิวแฮปปี้ทัวร์
หาดใหญ่ : จอดที่ สาย 3 (074-232156, 082-8206464) หรือโทรให้เขามารับได้เลย
ปัตตานี : จอดที่ สถานีขนส่ง (บขส.) ปัตตานี (073-451611, 085-9387666)

คิวน้ำใส
หาดใหญ่ : จอดที่ สาย 1 (074-223686, 085-9671000) หรือโทรให้เขามารับได้เลย
ปัตตานี : (ลองติดต่อเบอร์ของหาดใหญ่ครับ พอดีไม่ได้ถามมา)

สำหรับที่พัก ตัวเลือกจะน้อยนิดนึง คนในพื้นที่แนะนำให้นอน CS Pattani Hotel อยู่ในเมือง เดินทางสะดวก และอาหารอร่อย
http://www.cspattanihotel.com/index.php

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง กว่าจะมาถึงตัวเมืองก็ปาเข้าไป 9โมงกว่าแล้ว เก็บของ อาบน้ำหลังจากเน่ามา 1วันเต็ม
ร้านแรกที่จัดเลยก็คือ
ติ่มซำ เพ้งแต่เตี้ยม
ร้านเปิด 06.00 - 12.00
ทุกเข่ง 20 บาท ข้าวบะจ่าง กินคู่กับ ซีกโครงหมูน้ำแดงอร่อยมาก แนะนำเลย

ร้านจะอยู่ตรงข้าม วิทยาลัยการอาชีพปัตตานี
Google Map : https://goo.gl/H4nmj1

อิ่มท้องแล้วเราก็ไปลุยกันต่อที่

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
เวลาเปิด 06.00 - 17.00
Google Map : https://goo.gl/DUCRKn

เป็นศาลเจ้าเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของ จ.ปัตตานีมาตั้งแต่โบราณ
สร้างใน พ.ศ.2117 สมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา กรุงศรีอยุธยา

วันที่ไป เป็นวันเสาร์ ผู้คนค่อนข้างบางตา และอากาศที่ทำให้หัวร้อนได้ง่าย
ในเรื่องการไหว้นั้น เราขอผ่าน เพราะไม่สันทัดจริงๆ

ถัดจาก ก็จะมี พิพิธภัณฑ์ เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
โดยมูลนิธิเทพปูชนียสถาน ได้รวบรวมศิลปะภาพถ่าย วิชาการต่างๆ มาเก็บและจัดแสดงไว้
ส่วนจัดแสดงประวัติจังหวัดปัตตานี และชุมชนจีน ประวัติพระหมอ เรื่องราวเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เกี้ยวประกอบพิธีงานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
ที่มา : https://goo.gl/q6XoWP

ที่นี่เหมือนเป็นโอเอซิสกลางเมืองเลยก็ว่าได้ 55555555 หลังจากหัวร้อนกับแดดด้านนอกเข้ามาข้างในเย็นฉ่ำอ่านประวัติความเป็นมาเพลินๆ
เดินถ่ายรูปชิวๆ แค่นี้ก็ฟินแล้ว

หลังจากเดินวนไปวนมาในศาล ก็เที่ยงพอดี เริ่มหิวอีกแล้ว ทริปกินหรือทริปเที่ยวกันแน่
ก็ไปเจอกับร้านอิสลามร้านนึง
ชื่อร้าน มัตอัม-มัรฮาบัน مطعم مرحبا
Page : https://www.facebook.com/MarhabanPatani/
Google Map : https://goo.gl/AtfU7K

ข้าวบีรยาณีเนื้อ
อธิบายรสชาติไม่ถูกต้องลองชิมเอง อารมณ์ข้าวหมก

ซัมบูซัค
อาหารพื้นเมืองของชาวอิสลาม ข้างในใส่อะไรบ้าง ไม่รู้ แต่อร่อยมากกกกกกกครับ
อารมณ์ปอเปี๊ยะ แต่ไม่มีวุ้นเส้น

ซัมบูซัค
อาหารพื้นเมืองของชาวอิสลาม ข้างในใส่อะไรบ้าง ไม่รู้ แต่อร่อยมากกกกกกกครับ
อารมณ์ปอเปี๊ยะ แต่ไม่มีวุ้นเส้น

สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศ
อันนี้เพื่อนสั่ง ไม่ได้ชิม

ถัดจากร้าน มัตอัม-มัรฮาบัน ไปนิดนึงก็เจอกับ
มัสยิดกลาง ของจังหวัดปัตตานี อยู่ริมถนนหลวงสายปัตตานี-ยะลา ผมได้แต่ถ่ายรูปด้านนอก เขากำลังทำพิธีละหมาดพอดี บวกกับใส่ขาสั้นมา เกรงว่าจะไม่สุภาพ ไม่ได้เตรียมตัวมาดี ไม่งั้นซื้อโสร่งทำตัวกลมกลืนอีกนึดนึง

ถนนเส้นนี้ ตึกทั้งถนนจะทาด้วยสีรุ้งทั้งแถบ
รถที่นี่จะจอดที่เกาะกลางถนน เพราะกันคาร์บอม คนที่อยู่อาศัยจะโดนหนัก

Cafe หลัง มอ (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี) มีเปิดอยู่เยอะแยะ อยากเข้าทุกร้าน แต่เวลาไม่พอจริงๆ
ร้านค้าส่วนมากจะปิดประมาณ 21.30

Owly Cafe
Page ร้าน : https://www.facebook.com/owlycafe/

Follow Me
Page ร้าน : https://www.facebook.com/followmes2013/

ฮาบีฟ สุกี้-ชาบี้
Page ร้าน : https://www.facebook.com/habeef.suky.shabu/

เจอความร้ายแรงของแดดที่แล้วรอ ขอหลบกลับบ้านไปพักเอาแรงซักแปป
หลังจากนั้นช่วง บ่าย 3โมง ก็ลุยที่ ยะหริ่งกันต่อออกมาจากตัวเมืองนิดนึง


ฮวงซุ้ยเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

ฮวงซุ้ยจะอยู่ติดมัสยิดกรือแซะเลย ไม่มีคนเลย แอบเหงา
Google Map : https://goo.gl/gWYtUd

มัสยิดกรือแซะ

ยังเป็นมัสยิดที่ยังสร้างไม่เสร็จ แต่ยังมีการประกอบพิธีละหมาดอยู่

ล่องเรือชมป่าชายเลน ณ บางปู


ตกเย็นเราก็ขับรถต่อจากมัสยิดกรือแซะ ไปยังบางปู อำเภอ ยะหริ่ง เพื่อไปนั่งเรือชมป่าชายเลน และพระอาทิตย์ตก โรแมนส์เบาๆ

ใครสนใจล่อง โทรสอบถาม คุณซันคนขับเรือได้เลยครับ
086-969-7748 เหมาเรือ 600บาท นั่งได้ 6คน

ก่อนจะไปล่อง ฟ้าครึ้มมาแต่ไกล ทริปการล่องเกือบจะโดนเทซะละ ฝนกระหน่ำตกมาเหมือนฟ้ารั่ว คุณซันก็ให้ไปหลบฝนในบ้านก่อน พร้อมชงชาร้อนมาลองชิม หวานๆ อร่อยๆ

ฝนตกไม่นานก็เริ่มซา พร้อมที่จะลุยกันแล้ว แต่เดี๋ยวก่อน ก่อนจะเริ่มลุยเจอขนมหน้าตาแปลกๆ ดักหน้าทางที่จะไปลงเรือ นั่นก็คือ

มาดูฆาตง
ขนมของชาวอิสลาม ทำจากแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวจ้าว และกะทิ แล้วนำไปปิ้ง ไม้ละ 5บาท อร่อย หวานๆ

ได้เวลาไปลงเรือซักทีเถอะครับพ่อ เดินชมวิวไปเรื่อยๆ

การล่องเรือหลังฝนตกนั้น อารมณ์เหมือนเล่น Left 4 dead ด่าน Swamp Fever จริงๆ ไม่รู้ควรจะกลัวอะไรดี ระหว่างซอมบี้ หรือคนซุ่มยิง นั่งไปใจก็วิวๆ พี่ตะกวดก็เยอะมากเช่นกัน 555555555 แต่บรรยากาศดีสุดๆ เย็น สบาย คุณซันก็พอล่องไปเรื่อยๆ ก็เจออุโมงค์ต้นไม้ ก็ตื่นตากันไป

คุณซันบอกน้ำตื้น สามารถยืนบนเลนได้เลย น้ำแค่ข้อเข่า
แต่ลงไปเหยียบคงจมลงไปครึ่งเอว โดนโคลนดูด ถูกไหม

พ้นจากเขตชายแดนป่าชายเลนแล้ว เราก็ได้มุ่งสู้ปากอ่าว ริมป่าชายเลนนี้ ก็มีแพไม้ไผ่ที่ทำขึ้น ให้สามารถปีนขึ้นไปถ่ายรูปชิคๆ ได้หลายมุมเลย
เริ่มเห็นเรือลำอื่นมาเที่ยวบ้างแล้ว หลังจากท่องแดน Swamp Fever มาซักพัก นึกว่าจะมีเรือเราลำเดียวแวกว่ายอยู่ในหนองน้ำนี้

เพียงแค่ยกกล้องขึ้นมาถ่าย ชาวบ้านพร้อมใจกันส่งยิ้ม และโบกมือให้กล้องกัน
มีแพไม้ไผ่สามารถปีนขึ้นไปได้ ใครข้อเข่าไม่ดี ไม่ควรปีนขึ้นไป เพราะปีนยากระดับ 2 อาจผลัดตกมาได้

เราก็จะได้รูปแบบนี้มา

พระอาทิตย์ตกดิน ณ ยะหริ่ง เป็นอีกโมเมนต์ที่ประทับใจอีก 1 ช๊อต

หลังจากหิวได้ที่ เราก็ไปกินข้าวกันที่ ร้านอาหารที่ โรงแรม ซี.เอส.ปัตตานี

เปิดมาด้วย ซุปเนื้อแห้ง
เป็นเนื้อเปื่อย มาในน้ำคลุกคลิก เหมือนก๋วยเตี๋ยวน้ำตกแซ่บๆ

ต่อด้วยออส่วนหอยเชลล์เนื้อสดๆ เด้งๆ

สตูวอกเป็ด

ที่ขาดไม่ได้คือ ชาชัก ถ้าสั่งชาชักแล้วไม่มีฟองอยู่ด้านบนนั่นคือของปลอม !

ปิดท้ายด้วย ขนมปังอบไอน้ำ กินคู่กับสังขยาปีนัง ปาดเนยนิดหน่อย อร่อยลืมมมม

จบการชะโงกทัวร์ของวันแรกอย่างสมบูรณ์ ปกติคนที่นี่ 6โมง 1ทุ่ม ก็เข้าบ้านกันแล้ว แต่ช่วง 3 - 4 ทุ่มก็ยังคึกคักกันอยู่ ชาวบ้านยังนั่งกินข้าวนอกบ้านกันบ้างประปราย 7-11 เปิด 24ชั่วโมง แต่ร้านค้าส่วนมาก 3ทุ่ม - 3ทุ่มครึ่ง ก็เริ่มปิดกันแล้ว

วันที่
3

30 ก.ค.
เริ่มวันใหม่ด้วย นาสิกดาเฆ
อาหารอิสลาม ที่มาพร้อมข้าวสวยผสมข้าวเหนียว โปะด้วยก้อนเนื้อ และไข่ต้ม ราดน้ำแกง
รสชาติไม่ถูกปากเท่าไหร่

แล้วเราก็ไปลุยกันต่อที่ Skywalk Pattani อยู่ด้านหลัง สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
Skywalk นี้พึ่งเปิดได้ไม่นาน ตัว Skywalk ทำจากเหล็กตาข่ายทั้งหมด ใครกลัวความสูง อาจมีหัวใจวายได้ เดินทีมันจะยวบหยาบ หลอนๆนิดๆ กลัวมันจะขาด 55555555 ระยะทางประมาณ 400เมตร มีจุดพักชมวิว 5จุด ให้ถ่ายรูปกันชิคๆ
ที่สำคัญ ขึ้นฟรี มันเด็ดตรงนี้

หนูกลัว มาได้ไกลแค่นี้แหละ พี่ชาย

ด้านล่างเหมือนยังตกแต่งภูมิทัศน์ยังไม่เสร็จ ยังเป็นถนนลูกรังอยู่หน่อยๆ

ซ้ายก็ทะเล ขวาก็ป่าชายเลย
ขึ้นฟรี แถมได้วิวหลักร้อยล้าน

ลงมาอีกด้านนึง ก็จะเป็นจุดเดินป่าชายเลยเพื่อเดินกลับจุดเริ่มต้น และขึ้นบนหอชมนกต่อ

เหนื่อยก็นั่งพัก อัพรูปลง IG

สายๆ เราก็ไปต่อกันที่ วงเวียน มอ. จะมีตลาดนัดเปิดท้าย เขาเรียกกันว่า นัดรูสะมิแล คล้ายๆตลาดกลางคืนคลองถม แบกะดิน (ตอนนี้ปิดไปแล้ว) มีตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ของมากมายเต็มสองข้างทาง เลือกช็อปกันได้เต็มที่

แวะดับร้อนด้วยชาชัก หน้าโรงเรียน นัดรูสะมิแล กินเยอะๆมันก็เลี่ยนเหมือนกัน 5555555

เดินช๊อปกันเสร็จสิ้นเราก็มาแวะกินโรตี ตรงวงเวียน มอ. ร้านนี้คนจะเยอะตลอดเวลา ป๊อปปูล่าของคนที่นี่สุดๆ เมนูไม่มีอยากกินไร สั่งเลย มีไม่มีว่ากันอีกที 5555555

แล้วก็ไปต่อกันที่ วัดช้างให้ ที่สุดท้าย ก่อนจากลาปัตตานี ท่านพ่อไม่อยากให้ไป แต่ฝากเช่าหลวงปู่ทวดมาให้ด้วย.... ตัววัดจะออกมานอกเมืองไกลพอสมควร แต่ก็มีด่านทหารรักษาความเรียบร้อย เป็นระยะเพิ่มความปลอดภัยได้ระดับหนึ่ง

Google Map : https://goo.gl/97sLfb

ล่ำลาไปด้วยอาหารมื้อสุดท้าย ที่ปัตตานี "ราดหน้า" ตัดฟิวกันสุดๆ

รถไฟ ขบวน 32 ออกจาก ชท.หาดใหญ่ 18.45น. หลับกันไปยาวๆ ยันถึง สถานีกรุงเทพ

ถ้าตัดเรื่องความไม่สงบออกไป ปัตตานีก็เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ยังคงน่าเที่ยวแบบสุดๆ ผู้คนยิ้มแย้ม ธรรมชาติสมบูรณ์ สถานที่กิน เที่ยวครบครัน

อยากให้ลองมาสัมผัสซักครั้ง "ปัตตานี"

ความคิดเห็นทั้งหมด (0)

    รีวิวที่คล้ายกัน

    ทริปที่ใกล้เคียง

    ไอเดียที่ใกล้เคียง