หาเรื่องเที่ยว

ข้อมูลน่ารู้ของประเทศต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลก



เรามีข้อมูลพื้นฐานต่างๆ ที่ควรรู้ของแต่ละประเทศมาฝากค่ะ เช่น เรื่องของเวลา การเดินทาง ค่าเงิน ระเบียบการเข้าเมือง กระแสไฟฟ้า เพราะก่อนออกเดินทางไปเที่ยวประเทศใด การรู้ข้อมูลของแต่ละประเทศนั้นไม่มากก็น้อย จะช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นค่ะ




เกาหลีใต้
 

เวลา : เร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง
 
การเดินทางไปเกาหลี : จากกรุงเทพฯไปเกาหลีใช้เวลาเดินทางราว 5 ชั่วโมงเศษ สนามบินหลักที่จะไปที่เกาหลีคือสนามบินนานาชาติอินชอน อยู่ที่เมืองอินชอน ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของโซล ห่างจากโซลราวๆ 48 กิโลเมตร หากนั่งรถ Airport Bus จะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชม. อยู่ที่ว่าจะไปส่วนไหนของโซล หรือนั่งรถไฟ Airport Railroad (AREX) ได้ (เหมาะกับคนสัมภาระน้อย)
 
ระเบียบการเข้าเมือง : คนไทยสามารถเข้าไปในเกาหลีโดยไม่ต้องขอวีซ่า สามารถอยู่ได้นานถึง 90 วัน ใช้เพียงพาสปอร์ตที่มีอายุอย่างน้อย 6 เดือนเท่านั้น โดยขั้นตอนการเข้าเมืองมีเอกสารที่จะต้องกรอกดังนี้
 
1.แบบสอบถามสุขภาพ (Health Questionnaire) นอกจากรายละเอียดของตัวเราแล้ว ไม่ต้องขีดหรือกากบาทลงในช่องชื่อโรคต่างๆ
2.แบบฟอร์มขอเข้าเมือง (lmmigration Card) ที่จะต้องยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองพร้อมกับพาสปอร์ต ระบุโรงแรมหรือที่พักในเกาหลีและรายละเอียดเพียงเล็กน้อยให้ครบถ้วน
3.ใบสำแดงสิ่งของศุลกากร (Customs Declaratiom) ที่จะต้องยื่นให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรหลังจากที่เรารับกระเป๋าเสร็จเรียบร้อย ก่อนออกมาด้านนอกส่วนผู้โดยสารขาเข้า หากไปท่องเที่ยวขีดในช่อง NO ทุกข้อ
 
สกุลเงิน : สกุลเงินของเกาหลีคือวอน เหรียญแบ่งออกเป็น 10, 50, 100 และ 500 วอน ธนบัตรมี 1,000, 5,000 , 10,000 และ 50,000 วอน
 
ภาษา : ภาษาทางการคือ ภาษาเกาหลี แต่ตามโรงแรม ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้
 
อาหาร  :
- อาหารจานเดียวทั่วไป ราคาประมาณ 3,000 – 8,000 วอน  
- ร้านอาหารหรือเนื้อย่าง ขึ้นอยู่กับลักษณะร้าน อาจตกเฉลี่ย 15,000 – 20,000 วอนต่อคน  
- แมคโดนัลด์ (เซ็ท) ประมาณ 5,000 – 7,000 วอน  
- น้ำอัดลมประมาณ 2,000-3,000 วอน เบียร์เกาหลีประมาณ 5,000-5,500 วอน ส่วนเหล้าเกาหลีพื้นเมืองประมาณ 4,500-5,000 วอน  

โทรศัพท์ : มือถือจากประเทศไทยไม่สามารถใช้ในเกาหลีได้เนื่องจากมีระบบที่แตกต่าง  หากต้องการนำโทรศัพท์มือถือไปใช้ในเกาหลีต้องแจ้งเปลี่ยนระบบจากเมืองไทยก่อน หรือใช้เครื่อง 3G ถ้ามีความจำเป็นต้องโทรกลับไทยควรซื้อบัตรโทรศัพท์ 13,000 - 14,000 วอนที่โรงแรมหรือมินิมาร์ท
 
กระแสไฟฟ้า : ระบบไฟฟ้าในเกาหลีส่วนใหญ่ใช้ไฟ 110 โวลต์ แต่ในโรงแรมใหญ่ๆ บางที่มี 220 โวลต์ เป็นปลั๊กรูกลม หรือปลั๊ก 3 ขา หากจะหาซื้ออแดปเตอร์จากเมืองไทยให้ดูข้างหลังกล่องว่าใช้กับประเทศอะไรได้บ้าง
 
เรื่องน่ารู้ทั่วไป :
- การชำระเงินที่ร้านอาหารเกาหลีส่วนใหญ่ต้องเดินไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน  
- ร้านอาหารที่เกาหลีไม่จำเป็นต้องทิปแบบประเทศตะวันตก เพราะส่วนใหญ่ราคาอาหารบวกค่าบริการไว้เรียบร้อยแล้ว  
- เกาหลีขับรถพวงมาลัยซ้ายเช่นเดียวกับที่อเมริกา  
- หากอยากหาร้านอาหารที่ราคาไม่แพง ให้มองหาร้านอาหารประเภทพุนชิก (분식점) หรือร้านที่ทำคิมปับ (김밥) มีเมนูเกาหลีหลากหลาย ราคาประมาณ 3,000 – 8,000 วอน  
- ยาที่เกาหลีมักเป็นยี่ห้อเกาหลีไม่ใช่ยาจากต่างประเทศ ควรเตรียมยาที่ต้องใช้เป็นประจำติดตัวไปด้วย

 






ญี่ปุ่น

เวลา : เร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง
 
การเดินทางไปญี่ปุ่น : หากบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปญี่ปุ่นใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 - 7 ชั่วโมง
 
ระเบียบการเข้าเมือง : คนไทยสามารถเข้าประเทศญี่ปุ่นโดยไม่ต้องขอวีซ่า อยู่ได้นานไม่เกิน 15 วัน
 
สกุลเงิน : สกุลเงินญี่ปุ่น คือ เงินเยน ในท้องตลาดใช้ได้แต่เงินเยนเท่านั้น ประกอบด้วย ธนบัตรใบละ 1,000, 2,000 , 5,000 และ 10,000 เยน  เงินเหรียญ  1 , 5 , 10 , 50 , 100 และ 500 เยน
 
ภาษา : ส่วนใหญ่ใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาหลัก ส่วนตามสถานที่สำคัญ เช่น โรงแรม, สนามบิน, สถานที่ท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้

อาหาร :
- ร้านอาหารราคาไม่แพงจำนวนมากจะรวมตัวกันอยู่ที่ชั้นใต้ดินของอาคารสำนักงานใจกลางเมือง ชั้นร้านอาหารของห้างสรรพสินค้าในเมือง และห้างใต้ดินของสถานีรถไฟต่างๆ
- ร้านบะหมี่แบบยืนกิน ร้านกาแฟ ร้านฟาสต์ฟู้ด และเครื่องขายอาหารก็มีขายอาหารและเครื่องดื่มแบบต่างๆ ในราคาถูก
- ร้านอาหารราคาปานกลางถึงย่อมเยาส่วนใหญ่จะวางอาหารตัวอย่างตามรายการอาหารที่มีในร้าน ไว้ในตู้โชว์หน้าทางเข้า พร้อมราคา
 
โทรศัพท์ :
- สามารถใช้โทรศัพท์มือถือในญี่ปุ่นได้ในบริเวณที่มีบริการ 3G ของบริษัท SoftBank Mobile หรือ DOCOMO วิธีใช้ก็คือให้นำซิมการ์ด เสียบในโทรศัพท์มือถือที่เช่ามาหรือเครื่องโทรศัพท์มือถือ 3G หากต้องการซื้อบัตรโทรศัพท์ก็มีขายทั่วไปตามเคาน์เตอร์โรงแรม, ซุปเปอร์มาร์เก็ต และสถานที่ท่องเที่ยว ราคาเริ่มที่ 1,000 เยน
 
- กรณีฉุกเฉิน ตำรวจโทร. 110 , ดับเพลิงและรถพยาบาล โทร. 119 , ศูนย์ข้อความและความช่วยเหลือ (ภาษาอังกฤษ) โทร. 03-3586-0110
 
กระแสไฟฟ้า : บ้านเรือนทั่วไปใช้กระแสไฟฟ้า 100 โวลต์ โรงแรมในญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมืองใหญ่จะมีปลั๊กไฟสองระบบ คือ 110 และ 220 โวลต์ ปลั๊กเสียบเป็นแบบ ขาแบน 2 ขา
 
เรื่องน่ารู้ทั่วไป :
- ร้านอาหารในญี่ปุ่นจำนวนมากไม่บริการกระดาษทิชชู่หรือผ้าเช็ดมือ มีบริการแต่เพียง "โอชิโบริ" เท่านั้น (ผ้าร้อนเช็ดมือ)
- น้ำก๊อกในญี่ปุ่นทุกแห่งปลอดภัยดื่มได้
- ร้านค้าโดยทั่วไปเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 – 20:00
- ร้านอาหารราคาถูก ร้านกาแฟ และร้านฟาสต์ฟู้ดจะรับเฉพาะเงินสดเท่านั้น
- ไม่ว่าจะประทับใจในการบริการมากแค่ไหน ห้ามให้ทิปเด็ดขาด เพราะการให้ทิปถือว่าเป็นการเสียมารยาท
- ขนมในร้านสะดวกซื้ออร่อยกว่าที่คิด
- ในช่วงหน้าหนาวร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา จะมีถุงร้อนหรือไคโระวางจำหน่าย มีทั้งแบบใส่กระเป๋าเสื้อแล้วกำไว้ แบบแปะที่ท้อง-หลัง แบบแปะใต้ฝ่าเท้า ใครเป็นคนขี้หนาวรับรองว่าช่วยให้อุ่นขึ้นได้เยอะทีเดียว
- ญี่ปุ่นมีจุดฝากกระเป๋าที่เรียกว่า Coin Locker เป็นลักษณะล็อกเกอร์ต่างๆ มีกุญแจล็อกแน่นหนา ซึ่งจะมีล็อกเกอร์หลายขนาด ตั้งแต่ ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ ตู้ล็อคเกอร์ส่วนใหญ่มีกำหนดวันฝากสูงสุดได้ 3 วัน นับ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ 24:00 – 24:00 นาฬิกาของอีกวัน แต่ขนาดของล็อกเกอร์และราคาอาจมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละสถานี 

 




ฮ่องกง
 
เวลา : เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง
 
การเดินทางไปฮ่องกง :  หากบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปฮ่องกงใช้เวลาเดินทางประมาณ  3 ชั่วโมงสามารถเลือกเดินทางเข้ามายังเกาะฮ่องกงได้หลายทางด้วยกัน ทั้งรถไฟ รถประจำทาง เรือเฟอร์รี่ และรถแท็กซี่
 
ระเบียบการเข้าเมือง  : นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเข้าฮ่องกงได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า และสามารถอยู่ได้นาน 30 วัน
 
สกุลเงิน : ใช้เงินสกุลดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) ประกอบด้วย ธนบัตรใบละ $10, $20, $50, $100, $500 และ $1,000 เงินเหรียญ  10c , 20c, 50c, $1, $2, $5 และ $10
 
ภาษา : ประชากรส่วนใหญ่จะใช้ภาษาจีนในการสื่อสาร 88 % จะพูดภาษาจีนกวางตุ้ง แต่คนท้องถิ่นส่วนใหญ่ก็สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี
 
อาหาร :
- อาหารที่ห้ามพลาดเมื่อไปถึงฮ่องกงคือ ติ่มซำ บะหมี่ โจ๊กและอาหารทะเลสดๆที่ย่าน Sai Kung 
- อาหารว่างสุดคลาสสิกจากร้านริมถนนที่ต้องลองคือ ขนมปังสัปปะรด ทาร์ตไข่ ซากิม่า เค้กพุดดิ้ง 
- สามารถหาร้านอาหารเก่าแก่เป็นสิบๆ ปีได้ บริเวณใกล้กับบันไดเลื่อน Central–Mid-Levels และ Sham Shui Po ในเกาลูน 
- ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดสไตล์ฮ่องกงหลักๆ มีอยู่สามแห่งคือ Maxim’s, Café du Coral และ Fairwood

โทรศัพท์ : ระบบที่ใช้ในฮ่องกงส่วนใหญ่ได้แก่ GSM 900, PCS 1800, CDMA และ WCDMA สามารถเช่าซิมการ์ดหรือโทรศัพท์มือถือไว้ใช้งานตอนที่มาถึงสนามบินหรือขณะอยู่ในฮ่องกงได้  หาซื้อบัตรโทรศัพท์แบบเติมเงิน และซิมการ์ดแบบเติมเงินสำหรับโทรศัพท์มือถือได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อ
 
บริการเหตุฉุกเฉิน (สถานีตำรวจ รถดับเพลิง รถพยาบาล) โทร 999 , สายด่วนตำรวจ โทร +852 2527 7177 , สายด่วนนักท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวฮ่องกง โทร +852 2508 1234

กระแสไฟฟ้า : เป็นแบบ 220 V.(เหมือนประเทศไทย )ปลั๊กเสียบแต่ละโรงแรมจะแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่จะเป็นปลั๊กแบบสามขา
 
เรื่องน่ารู้ทั่วไป :
- ช่วงซัมเมอร์เซลส์จะเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฏาคมถึงเดือนกันยายน ส่วนวินเทอร์เซลส์จะเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ 
- ช่วงที่เหมาะที่สุดในการเที่ยวฮ่องกงคือช่วง กลางเดือนกันยายนจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เพราะเป็นช่วงที่อากาศดีไม่ร้อนชื้นจนเกินไป 
- QTS (Quality Tourism Services) เป็นสัญลักษณ์ที่กำหนดขึ้นโดยการท่องเที่ยวฮ่องกง ในการรับรองมาตรฐานของร้านค้าต่างๆว่าให้บริการลูกค้าอย่างมีคุณภาพ แสดงราคาและข้อมูลสินค้าอย่างชัดเจน

 




เวียดนาม

เวลา : ใช้เวลาเดียวกันกับประเทศไทย
 
การเดินทางไปเวียดนาม : บินตรงจากกรุงเทพฯ ไปฮานอย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษๆ 

ระเบียบการเข้าเมือง : นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเข้าเวียดนามได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า และสามารถอยู่ได้นาน 30 วัน
 
สกุลเงิน : สกุลเงินของเวียดนามคือ ด่อง (VND) ซึ่งแบ่งออกเป็นธนบัตรใบละ 200 , 500 , 1,000 , 2,000 , 5,000 ,10,000 และ 20,000 ด่อง
 
ภาษา : .ใช้ภาษาเวียดนามเป็นหลัก แต่คนเวียดนามส่วนใหญ่ที่ต้องพบปะนักท่องเที่ยว เช่น พนักงานต้อนรับตามโรงแรม ร้านอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยวนั้น จะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ แต่คนที่เดินตามท้องถนนนั้นหาคนที่พูดอังกฤษได้ไม่มาก
 
อาหาร :
- อาหาร เวียดนามเป็นอาหารที่กินผักสดหลากหลายชนิดในแทบทุกเมนู และมีน้ำจิ้มที่หลากหลาย 
- อาหารตามร้านทั่วไปจะมีรสค่อนข้างจืด 
- คนเวียดนามนิยมกิน เฝอ บุ๋น และก๋วยเตี๋ยวอื่นๆ กันมาก ส่วนใหญ่เน้นรสชาติน้ำซุปเป็นพิเศษ มีทั้งเป็น เฝอบ่อ (ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ) หรือเฝอก่า (ก๋วยเตี๋ยวไก่) 

กระแสไฟฟ้า : ประเทศเวียดนามใช้กระแสไฟฟ้า 220 โวลต์ 50 เฮิร์ต เช่นเดียวกับที่เมืองไทย
 
เรื่องน่ารู้ทั่วไป :
- ในฮานอยคนส่วนใหญ่จะขับมอเตอร์ไซค์ ซึ่งมีจำนวนเยอะมากๆ เวลาข้ามถนนต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ อย่าหยุดหรือเดินถอยหลัง เพราะรถจะขับหลบอ้อมหลังไปเอง 
- เวลาซื้อของอย่าลืมต่อราคา เพราะราคาที่คนขายบอกมักบวกเพิ่มจากราคาเดิมมาก 
- ก่อนออกเดินทางอย่าลืมหาข้อมูลที่พักให้ละเอียด 
- ควรระมัดระวังคนขับรถแท็กซี่ (รวมถึงคนขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง) เพราะมักเรียกเก็บเงินค่าบริการชาวต่างชาติแพงกว่าปกติหรืออาจพาอ้อม ควรต่อรองและตกลงราคาของเส้นทางที่จะไปให้เรียบร้อยก่อนเริ่มใช้บริการ 
- ก่อนซื้อสินค้าและบริการใดๆ อย่าลืมที่จะถามราคาให้ชัดเจนทุกครั้งก่อนตกลงซื้อหรือใช้บริการ

 




ออสเตรเลีย

เวลา :
- Perth เร็วกว่าประเทศไทยประมาณ 1 ชั่วโมง
- Adilade เร็วกว่าประเทศไทยประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง
- Canberra, Melbourne, Sydney เร็วกว่าประเทศไทยประมาณ 3 ชั่วโมง
 
ของห้ามนำเข้าและควบคุมของออสเตรเลีย :
- ยาเสพติด สเตียรอยด์ อาวุธ อาวุธปืน และสัตว์ป่าคุ้มครอง 
- อาหารสดหรือในบรรจุภัณฑ์ ผลไม้ ไข่ เนื้อสัตว์ พืช เมล็ดพืช หนังสัตว์ และขนสัตว์ 
- หากมียารักษาโรคควรพกใบสั่งยาหรือจดหมายจากแพทย์ไปด้วย 

สกุลเงิน :  สกุลเงินออสเตรเลียใช้หน่วยเงินเป็นดอลล่าร์ออสเตรเลีย (100เซ็นต์จะเท่ากับ1 ดอลล่าร์) ธนบัตรจะมีตั้งแต่ 100 , 50 , 20 , 10 และ 5 ดอลล่าร์ ส่วนเหรียญจะมีตั้งแต่ 5 , 10 , 20 ,50 เซ็นต์ 1 และ 2 ดอลล่าร์
 
ภาษา : สื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษ แต่สำเนียงหรือศัพท์บางคำอาจใช้หรือออกเสียงแตกต่างกัน
 
กระแสไฟฟ้า :  220 – 240 โวลท์ ปลั๊กไฟสามรูของออสเตรเลียมีความแตกต่างไปจากของประเทศอื่นบางประเทศ ดังนั้นอาจจำเป็นต้องใช้หัวแปลงปลั๊กไฟ
 
ภาษีสินค้าและบริการ :  ออสเตรเลียมีภาษีสินค้าและการบริการ (Goods and Services Tax หรือ GST) ในอัตรา 10%  สามารถขอคืนภาษี GST จากมูลค่าสินค้าที่ซื้อที่นี่ได้ หากใช้จ่ายเงินตั้งแต่ 300 เหรียญดอลลาร์ออสเตรเลียขึ้นไปในร้านค้าแห่งเดียวกันไม่เกิน 30 วัน  ก่อนเดินทางออกจากประเทศออสเตรเลีย
 
บริการช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน : เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินสำหรับแจ้งตำรวจ รถพยาบาล และหน่วยดับเพลิง โทร 000
 
เรื่องน่ารู้ทั่วไป :
- แสงแดดในออสเตรเลียจะแรงมาก  ควรสวมเสื้อ หมวก แว่นกันแดด และทาโลชั่นกันแดดที่มี SPF 30+ แม้แต่ในวันที่มีเมฆครึ้ม 
- หลีกเลี่ยงด้วยการว่ายน้ำอยู่ในระหว่างธงสีแดงและธงสีเหลืองตลอดเวลา ธงเหล่านี้จะกำหนดจุดที่ปลอดภัยที่สุดในการว่ายน้ำตามชายหาด 
- ร้านค้าในแหล่งท่องเที่ยวและเมืองใหญ่จะเปิดจนถึง 6 โมงเย็น ยกเว้นบางร้านอาจเปิดจนดึกในคืนวันพฤหัสหรือวันศุกร์แล้วแต่รัฐ 
- โรงแรมและร้านอาหารไม่มีการเพิ่มค่าบริการเพิ่ม หากจะต้องให้ทิปพนักงานควรให้ไม่เกินร้อยละ 10 ของบิลค่าอาหาร 
- โดยปกติที่ออสเตรเลียจะไม่มีการต่อรองเมื่อซื้อสินค้า

 




นิวซีแลนด์


เวลา : เร็วกว่าประเทศไทยประมาณ 5 ชั่วโมง
 
การเดินทางไปนิวซีแลนด์ : หากบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปนิวซีแลนด์ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9  ชั่วโมง
 
ระเบียบการเข้าเมือง : การขออนุญาตเข้าเมืองของ นิวซีแลนด์ สามารถทำได้โดยการยื่นเอกสารขอวีซ่าได้ด้วยตัวเอง ที่ชั้น 15 อาคารเอ็มไทยทาวเวอร์ ออลซีซั่นเพลส เลขที่ 87 ถนนวิทยุ ปทุมวัน ลุมพินี กทม. 10310
 
โทรศัพท์แผนกวีซ่า 0-2254-2530  
เวลาทำการ    จันทร์ – ศุกร์
ยื่นวีซ่าเวลา 13.00 – 15.00 น.   
รับวีซ่าเวลา 15.00 – 16.00 น.
 
สกุลเงิน : สกุลเงินของประเทศนิวซีแลนด์ คือ NZ$ ดอลล่าห์ ธนบัตรประกอบด้วย $1, $2, $5, $10, $20 และ $100 เงินเหรียญประกอบด้วย 5c, 10c, 20c และ 50c
 
อาหาร :
- อย่าลืมหาโอกาสทานอาหารทะเลสดๆ ลองชิมหอยหลากหลายชนิดทั้ง  Mussel, Bluff oysters (มีบางฤดู) 
- ไวน์จากมาร์ลโบโรว์ แหล่งปลูกไวน์ที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงมากที่สุดของที่นี่ 
- Maori hangi อาหารแบบดั้งเดิมของชาวเมารี มีทั้งไก่หรือซีฟู้ดที่มาพร้อมกับผักหลากชนิด 
- กีวี่สดใหม่ที่ไม่ควรพลาด กีวี่สีทองจากนิวซีแลนด์มีรสหวานฉ่ำและให้วิตามินซีสูงกว่าผลไม้อื่นๆ 

โทรศัพท์ : 3 บริษัทหลักที่ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ได้แก่ Vodafone, Telecom และ 2 Degrees สามารถซื้อซิมการ์ดได้จากสนามบินหรือร้านค้าปลีกที่มีป้ายของเครือค่ายโทรศัพท์มือถือเหล่านั้น สำหรับบัตรโทรศัพท์สาธารณะหาซื้อได้ตามร้านค้าหรือร้านหนังสือทั่วไป
 
กรณีฉุกเฉิน ติดต่อ หน่วยดับเพลิง ตำรวจ รถพยาบาล หน่วยกู้ภัย กดเบอร์ 111 ได้จากโทรศัพท์ทุกแห่ง
 
กระแสไฟฟ้า : 230/240 โวลส์ ปลั๊กเป็นแบบสามขาแบบแบน เช่นเดียวกับออสเตรเลีย
 
เรื่องน่ารู้ทั่วไป :
 - ใช้บริการรถเช่าขับเที่ยวเองที่นิวซีแลนด์ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่จะทำให้เที่ยวนิวซีแลนด์ได้ทั่วถึง ชมธรรมชาติข้างทางได้ตามอัธยาศัย 
- ขับรถความเร็วจำกัดอยู่ที่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนถนนนอกเมือง และ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเขตเมือง ยกเว้นเขตเมือง โอ๊คแลนด์ วิ่งได้ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ก็อย่าลืมมองป้ายจำกัดความเร็วในทุกที่ที่ไป 
- โอ๊คแลนด์ไม่มีรถไฟใต้ดิน ส่วนมากการขนส่งในโอ๊คแลนด์จะใช้รถเมล์และรถยนต์ส่วนตัว 
- สามารถให้ทิปสำหรับการบริการที่ถูกใจได้และร้านอาหารก็ไม่มีการเพิ่มค่าบริการลงในบิลอาหาร 
- ก่อนเลือกที่พัก โรงแรม แนะนำให้เริ่มเลือกจากที่ที่มีสัญลักษณ์ซึ่งเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกคือสัญลักษณ์ Qualmark ระดับดาวที่ได้จะมากขึ้นตามคุณภาพและการบริการ

 





จีน


เวลา : เร็วกว่าประเทศไทยประมาณ 1 ชั่วโมง
 
การเดินทางไปจีน : บินตรงจากกรุงเทพมหานครไปปักกิ่ง ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง
 
ระเบียบการเข้าเมือง : ผู้ที่เดินทางถึงกรุงปักกิ่งต้องกรอกแบบคนเข้าเมือง แบบศุลกากรและแบบสุขภาพอนามัย เมื่อเดินทางออกต่างประเทศต้อง จ่ายค่าภาษีสนามบิน 90 หยวน (ภายในประเทศ 50 หยวน)
 
สกุลเงิน : สกุลเงินคือเงินเหยินหมินปี้ ( Renminbi ) มักใช้ตัวย่อ RMB หน่วยเงินของจีนเรียกว่าหยวน ( yuan ) หนึ่งหยวนมีสิบเจี่ยว ( jiao ) หนึ่งเจี่ยวมีสิบเฟิน ( fen ) 100 เฟิน เท่ากับหนึ่งหยวน ธนบัตรแบ่งออกเป็นใบละ 1 หยวน , 5 เจี่ยว , 1,2 และ 5 เฟิน เฟินเป็นหน่วยเล็กสุด < เจี่ยวหรือเหมาเป็นหลักสิบ < จากนั้นเป็นหยวน
 
ภาษา : ภาษาจีนกลาง เป็นภาษาราชการ ชาวจีนในมณฑลต่างๆ มีภาษาพูดท้องถิ่นที่แตกต่างกัน เช่น เสฉวน ไหหลำ หูหนาน แต้จิ๋ว กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน ฮักกา เซี่ยงไฮ้ เป็นต้น และการออกเสียงภาษาจีนกลางจะมีสำเนียงเพี้ยนไปตามท้องถิ่น
 
อาหาร :
- อาหารจีนต้นตำรับที่พลาดไม่ได้คือ อาหารเสฉวน 
- อาหารจีนมีหลากหลายให้เลือกชิม ตอนเช้าลองเดินเล่นเลือกทานอาหารเช้าง่ายๆ จากร้านริมถนน จะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวจีนอีกแบบหนึ่ง 
- ย่านถนนคนเดินในปักกิ่งมีอาหารทานเล่นราคาไม่กี่หยวน  ให้เดินเล่นไปทานไปในตอนกลางคืน
- อาหารจีนจะมีรสค่อนข้างจืด 
- ชาวจีนไม่ค่อยนิยมดื่มน้ำกับน้ำแข็งกัน 

โทรศัพท์ : ซิมการ์ดมือถือสามารถซื้อได้ตั้งแต่ที่สนามบิน ศูนย์บริการ China Mobile, China Telecom, China Unicom โรงแรมหรือที่ทำการไปรษณีย์ จะต้องแสดงหนังสือเดินทางเพื่อลงทะเบียนการใช้งานด้วย
 
กระแสไฟฟ้า : จีนใช้ระบบกระแสไฟแบบ  220 V, 50 Hz. อาคารส่วนใหญ่ใช้ปลั๊กไฟแบบมาตรฐาน แต่ก็ยังมีบางที่ที่ยังใช้ปลั๊กแบบสามตาอยู่

เรื่องน่ารู้ทั่วไป :
 - ในจีนไม่มีธรรมเนียมการให้ทิป แต่ก็ไม่มีข้อห้าม ในร้านใหญ่ๆหรือในโรงแรมจะรวมค่าบริการไว้ในใบเสร็จแล้ว 
- ระวังแบงค์ปลอม โดยเฉพาะการไปซื้อของที่ตลาด แบงค์ที่เจอว่าปลอมมากที่สุดมักเป็นแบงค์ 50 หยวนและ 100 หยวน 
- เก็บพาสปอร์ตติดตัวไว้ตลอดเวลา ห้ามเอาทิ้งไว้ในโรงแรม เพราะอาจจะถูกขโมยไปทำเป็นพาสปอร์ตปลอมได้ 
- สถานีรถฟ้าในปักกิ่งแต่ละสถานีจะอยู่ห่างกันมาก 
- หากต้องการซื้อผลไม้จากจีนกลับมาไทยให้ตรวจสอบชนิดของผลไม้ที่จีนอนุญาต ให้นำออกมาได้ก่อน

 




พม่า

เวลา : ช้ากว่าไทยประมาณ 30 นาที
 
ระเบียบการเข้าเมือง : นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเข้าเวียดนามได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า และสามารถอยู่ได้นาน 30 วัน
 
สกุลเงิน : สกุลเงินของพม่า คือ เงินจ๊าต (Kyat) นอกจากเงินจ๊าตแล้ว การแลกเงินในพม่าแนะนำให้ใช้เงิน USD (แบงค์ใหม่ๆ) แลกเป็นเงินจ๊าตดีกว่าใช้เงินบาทไทยแลก
 
ภาษา : ใช้ภาษาพม่าเป็นภาษาทางการ นอกจากนี้พม่ามีภาษาหลักที่ใช้งานในประเทศอีก 18 ภาษา
 
อาหาร :
- เนื่องจากพม่าอยู่ใกล้อินเดีย อาหารในพม่าจึงได้รับอิทธิพลจากอาหารอินเดียมามาก ในย่างกุ้งมีร้านอาหารอินเดียเปิดอยู่ข้างทางหลายร้าน 
- พม่ามีของทอดให้เลือกชิมหลากหลายชนิด และอาหารพม่าส่วนใหญ่จะประกอบด้วยเครื่องเคียงที่เน้นถั่ว งาและผัก 
- อาหารในพม่าจะใส่ผงชูรสเกือบทุกเมนูและใส่ทีละมากๆ 
- อาหารยอดนิยมคือ Mo Hin Ga เป็นขนมจีนน้ำยาในตำรับพม่า ใส่ขมิ้น ขิง หยวกกล้วย และมีเครื่องเคียงน้ำยาเป็นของทอดต่างๆ 
- ปาท่องโก๋หรือในพม่าเรียกว่า อิ๋วชาก้วย เป็นหนึ่งในอาหารเช้ายอดนิยม ที่หาทานได้ทั่วไป 

กระแสไฟฟ้า : ไฟฟาในพม่าเป็นแบบ 220 โวลต์ เป็นปลั๊กแบบสองขา
 
เรื่องน่ารู้ทั่วไป :
 - วัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในพม่าไม่อนุญาตให้ใส่รองเท้าเข้าไป จึงควรหาถุงพลาสติกหรือกระเป๋าใส่รองเท้าติดตัวไว้ จะได้ไม่ต้องเสียค่าฝากรองเท้า 
- ระวังการพูดเชิงลบเกี่ยวกับประเทศหรือชาวพม่า เพราะมีชาวพม่าหลายคนที่เข้าใจภาษาไทยดี 
- การถ่ายรูป วีดีโอตามสถานที่ต่างๆ บางแห่งจะต้องเสียค่าธรรมเนียม บางแห่งห้ามถ่าย ต้องฝากกล้องเอาไว้กับเจ้าหน้าที่ก่อนจะเข้าไป 
- สินค้าหรือบริการบางที่ สามารถจ่ายด้วยเงิน USD ได้ 
- พม่าขับรถชิดขวาตรงข้ามกับไทย 

 




ลาว


เวลา : ใช้เวลาเดียวกันกับประเทศไทย
 
การเดินทางไปลาว :
หากเดินทางด้วยรถยนต์สามารถเข้าได้ที่ด้านพรมแดน 5 จังหวัดนี้
 1. จังหวัดเชียงราย (เชียงของ – ห้วยทราย)
 2. จังหวัดหนองคาย (สะพานมิตรภาพไทย-ลาว – นครหลวงเวียงจันทน์)
 3. จังหวัดนครพนม – ท่าแขก
 4. จังหวัดมุกดาหาร – สะหวันนะเขต
 5. จังหวัดอุบลราชธานี (ด่านช่องเม็ก – วังเต่า)
 
ระเบียบการเข้าเมือง : คนไทยที่ต้องการไปท่องเที่ยวใน สปป.ลาว. สามารถใช้หนังสือเดินทาง (ที่อายุการใช้งานเหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน) เดินทางเข้า สปป.ลาว โดยไม่ต้องขอวีซ่า ได้ไม่เกิน 30 วัน และหากต้องอยู่นานเกิน 30 วัน จะต้องขอวีซ่าจากสถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ของลาว ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทยโดยเสียค่าธรรมเนียม 600 บาท
 
ในกรณีที่ต้องเดินทางเร่งด่วนและไม่ได้ขอวีซ่าจากสถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ลาว สามารถขอวีซ่าประเภท Visa on Arrival ที่ด่านสากลลาวได้
 
สกุลเงิน : สกุลเงินของประเทศลาวคือ กีบ ธนบัตรจะแบ่งออกเป็นใบละ 1,000 กีบ, 2,000 กีบ, 5,000 กีบ, 10,000 กีบ และ 20,000 กีบ ไม่มีเงินเหรียญ
 
ภาษา : ภาษาประจำชาติคือ ภาษาลาว คนลาวบางส่วนยังสามารถใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศสได้ดี และคนลาวในเมืองส่วนใหญ่สามารถฟังภาษาไทยได้ นักท่องเที่ยวสามารถใช้ภาษาไทยสื่อสารได้
 
อาหาร :
- หากเที่ยวหรือพักริมแม่โขง อย่าลืมทานเมนูปลา ที่มีให้เลือกหลากหลายแบบ อร่อยถูกปากแน่นอน 
- ไปถึงลาวแล้วห้ามพลาด แป้งจี่ แซนวิชสูตรลาวที่ใช้ขนมปังบาแก๊ตแบบฝรั่งเศส ใส่ไส้หลายอย่างทั้งหมูสับ หมูแดง แฮม ตับบด ไก่ทอด ไข่ดาว และผักต่างๆ ราคาอยู่ที่ประมาณอันละ 10,000-20,000 กีบ 
- เฝอที่หลายๆคนรู้จักกันดี หาทานง่าย มีทั้งหมู ไก่และเนื้อวัว น้ำซุปอร่อยจนแทบไม่ต้องปรุงเพิ่ม แต่ถ้าชอบรสจัดจ้านก็ลองใส่ซอสพริก (ซอสพริกศรีราชาของไทย) จะอร่อยยิ่งขึ้น ราคาประมาณ 10,000 กีบ 
- น้ำขวด น้ำชาเขียว หรือขนมทานเล่นที่ขายในร้านสะดวกซื้อหรือร้านข้างทางจะมีราคาแพงกว่าที่ขายในไทย เพราะส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่นำเข้าไปจากประเทศไทย 

โทรศัพท์ : สามารถขอเปิดโรมมิ่งจากเครือข่ายโทรศัพท์ที่ใช้อยู่ หรือซื้อซิมลาวแบบเติมเงิน จะไปแวะซื้อที่เวียงจันทน์ ห้วยทราย(ถ้าเข้าทางเชียงของ) หรือซื้อจังหวัดที่ติดกับลาว ก็จะมีซิมลาวและบัตรเติมเงินลาวขายเหมือนกัน การโทรจากลาวมาไทยราคาประมาณนาทีละ 5 บาท
 
กระแสไฟฟ้า : ไฟฟ้าในลาวและไทยใช้ขนาดเท่ากัน และปลั้กไฟเป็นแบบเดียวกัน

 




สิงคโปร์


เวลา : เร็วกว่าประเทศไทยประมาณ 1 ชั่วโมง
 
การเดินทางสิงคโปร์ : จากกรุงเทพฯไปสิงคโปร์ใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมงเศษ  การเดินทางจากสนามบินชางฮีเข้าสู่ย่านที่พักในสิงคโปร์นั้นค่อนข้างสะดวก และสามารถทำได้ 3 วิธี คือ
  1. MRT (Singapore Mass Rapid Transit) สถานีรถไฟฟ้าจะตั้งอยู่ที่เทอร์มินัล 2 และ 3 จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 05.31-00.06 น. สำหรับวันจันทร์-เสาร์ และ 05.59-00.06 สำหรับวันอาทิตย์และวันหยุดต่างๆ 
  2. Airport Shuttle Service  จะเป็นรถแท็กซี่แค็บแบบ 9 ที่นั่ง วิ่งให้บริการระหว่างสนามบินไปยังโรงแรมเกือบทุกแห่งในเมือง (ยกเว้นโรงแรม Changi Village และโรงแรมบนเกาะเซ็นโตซ่า) จะเปิดให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง และออกทุก 15 นาทีในช่วงเวลา 06.00-24.00 น. หลังจากนั้นจะออกวิ่งทุกๆ 30 นาที 
  3. รถเมล์สาธารณะ (Public Buses) เป็นวิธีที่ประหยัดที่สุดในการเดินทางเข้าเมือง แต่อาจจะใช้เวลานานกว่า ท่ารถจะตั้งอยู่ที่อาคาร 1 ชั้นใต้ดินชั้น 2 (Basement 2) และอาคาร 2 ชั้นใต้ดิน (Basement) โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น. 

ระเบียบการเข้าเมือง : นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเข้าสิงคโปร์ได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า และสามารถอยู่ได้นาน 14 วัน
 
สกุลเงิน : หน่วยเงินตราของสิงคโปร์คือ ดอลลาร์ (Singapore Dollar) โดยแบ่งเป็น ธนบัตรมูลค่า S$2, S$5, S$10, S$20, S$50, S$100, S$500, S$1,000 และ S$10,000 เงินเหรียญมีตั้งแต่ 1, 5, 10, 20 เหรียญ และ 50 เซนต์
 
ภาษา : สิงคโปร์มีภาษาราชการถึง 4 ภาษา โดยมีภาษามาเลย์เป็น ภาษาประจำชาติ ใช้ภาษาอังกฤษในวงการธุรกิจและการศึกษา ส่วนภาษาจีนกลาง (แมนดาริน) เป็นภาษาที่มีการใช้ในการสื่อสารทางสังคมมากที่สุด
 
อาหาร :
- อาหารจานเด็ดที่ไม่ควรพลาดคือ บักกุ๊กเต๋ (Bak Kut Teh) ข้าวมันไก่ ( Hainanese Chicken Rice ) นะซี เลอมัค (Nasi Lemak) ชาก๋วยเตี๊ยว ( Char Kway Teow ) 
- อาหารราคาประหยัดตามฟู้ดคอร์ทที่สิงคโปร์ราคาอยู่ที่ประมาณ 4 – 6 ดอลลาร์สิงคโปร์ 

โทรศัพท์ : ถ้าเอาสะดวกสุดคงต้องใช้บริการ M Simcard ซิมที่สามารถใช้ได้กับมือถือทุกระบบ โดยผู้ที่ใช้บริการไม่ต้องไปเปิด Roaming ต่างแดนให้เสียเวลา (แค่ใส่ซิมที่มือถือของเราก็สามารถใช้โทร.ภายในสิงคโปร์และโทร.กลับมาเมืองไทยได้ทันที) ซึ่งซิมจะมีอายุการใช้งานนานถึง 6 เดือน และสามารถหาซื้อได้จากร้านที่จำหน่ายในเมืองไทยในราคาเพียง 690 บาทเท่านั้น
 
กระแสไฟฟ้า : ระบบไฟฟ้า สิงคโปร์ใช้เหมือน เมืองไทย คือ 220 โวลต์ แต่ความแตกต่างนั้นคือ สิงคโปร์ใช้เต้าเสียบแบบ 3 ขา (บ้านเราใช้ 2 ขา)
 
เรื่องน่ารู้ทั่วไป :
- ที่พักในสิงคโปร์มีให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่ที่พักระดับห้าดาวไปจนถึงไม่มีดาวอย่างเกสต์เฮาส์ ซึ่งราคาค่อนข้างสูงหากเทียบกับฮ่องกงหรือมาเลเซีย 
- กฏหมายที่เข้มงวดทำให้อาชญากรรมและคดีต่างๆ มีจำนวนน้อยมาก นักท่องเที่ยวมั่นใจได้ในความปลอดภัย ขณะท่องเที่ยวในสิงคโปร์ 
- การสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ เช่น รถบัส แท็กซี่ ลิฟต์ โรงภาพยนตร์ สถานที่ราชการ ร้านอาหารที่มีเครื่องปรับอากาศและห้างสรรพสินค้าจะมีโทษปรับสูงสุดถึง 1,000 สิงคโปร์ดอลล่าร์ 
- การให้ทิปไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติของโรงแรมและร้านอาหารส่วนใหญ่ในสิงคโปร์ เนื่องจากสถานที่เหล่านี้ได้เก็บค่าบริการไปแล้ว 10% ในบิลของลูกค้า

 




ไต้หวัน


เวลา : เร็วกว่าประเทศไทยประมาณ 1 ชั่วโมง
 
การเดินทางไปไต้หวัน : หากบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปไต้หวันใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง
 
สกุลเงิน : ใช้สกุลเงิน Taiwan Dollar หรือ New Taiwan dollar (TWD หรือ NT$) ประกอบด้วยเหรียญ 1 ดอลลาร์, 5 ดอลลาร์, 10 ดอลลาร์, 20 ดอลลาร์และ 50 ดอลลาร์ ธนบัตรประกอบด้วย 100 ดอลลาร์, 200 ดอลลาร์, 500 ดอลลาร์, 1,000 ดอลลาร์และ 2,000 ดอลลาร์
 
ภาษา : ใช้ภาษา จีนกลาง (Mandarin) เป็นภาษาราชการ ฮกเกี้ยน (หมิ่นหนาน) เป็นภาษาท้องถิ่นที่ใช้ทั่วไปคู่กับจีนกลาง ข้าราชการระดับสูงทั่วไปสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้
 
อาหาร :
- อาหารราคาประหยัดที่หาทานได้ง่าย เป็นที่นิยมของชาวไต้หวันคือ หลู่โร่วฟ่าน (Lu rou fan) ข้าวหน้าหมูตุ๋นแบบสับ 
- เกี๊ยวน้ำเป็นอีกหนึ่งเมนูที่อร่อยและราคาถูก 
- ขนมที่พลาดไม่ได้คือ ไท่หยางปิ่ง ( Tai yang bing ) และพายสับปะรดหรือเค้กสับปะรด (ฟ่งหลีซู) เนื้อเค้กที่รสชาติเข้มข้นสอดไส้สับประรดหวานๆ เปรี้ยวๆ ความอร่อยของแต่ละร้านจะแตกต่างกันไป 
- เต้าหู้เหม็น กลิ่นคล้ายๆกับเต้าหู้เน่า ถ้าสามารถทนกลิ่นของเต้าหู้ได้ ก็แนะนำให้ลิ้มรสความอร่อยดูซักครั้ง 
- อาหารรถเข็นมีให้พบเห็นได้ทั่วไป ส่วนใหญ่จะขายเป็นขนมและอาหารว่าง ราคาไม่แพง
- ใครที่ชอบรสจัดจ้านของเครื่องเทศจีน ต้องลองชาบู Mala สูตรไต้หวัน รสเข้ม กลิ่นแรง ถูกใจแน่นอน 


โทรศัพท์ : โทรศัพท์ทางไกลจากไต้หวัน : รหัสโทรทางไกล (002 หรือ 009) + รหัสประเทศ (รหัสประเทศไทย 66) + รหัส พื้นที่ (เลข 0 ข้างหน้าเอาออก) + เบอร์โทรศัพท์  
 
โทรศัพท์ถึงไต้หวันจากต่างประเทศ : รหัสโทรทางไกล+ 886 + รหัส พื้นที่ (เลข 0 ข้างหน้าเอาออก) + เบอร์โทรศัพท์
 
กระแสไฟฟ้า : ไต้หวันใช้กระแสไฟฟ้า แบบ 110 V. 60 Hz (ไม่เหมือนประเทศไทย) ปลั๊กเสียบเป็นแบบ ขาแบน 2 ขา
 
เรื่องน่ารู้ทั่วไป :
- ไทเปและเมืองอื่นๆของไต้หวันได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัยสูงอีกแห่งหนึ่ง
- คนไต้หวันค่อนข้างมีน้ำใจและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 
- เครื่องสำอางที่ไต้หวันราคาไม่ต่างจากไทยมากนัก ก่อนซื้อกลับมาต้องเช็คราคาดีๆ ก่อน แต่ที่ถูกคือมาส์กต่างๆ มีให้เลือกหลากหลายสูตรหลายยี่ห้อ คุณภาพดีและราคาย่อมเยา 
- รองเท้ากีฬาหลายยี่ห้อก็มีราคาถูกกว่าประเทศไทย
- ไต้หวันมีอาหารอร่อยๆ เพียบ โดยเฉพาะร้านข้างทางมีอาหารหลากหลายประเภทให้เลือกชิม ไม่แพ้ที่ไทยทีเดียว
- ถ้าไปเที่ยวไทเปต้องไม่พลาดไปเดินเล่นที่ตลาดกลางคืน ซึ่งมีอยู่หลายแห่งมากสามารถเลือกไปเที่ยวที่ใกล้ๆ กับที่พักได้ ตลาดมีขายทั้งของกิน ของใช้ เดินแล้วเพลินแน่นอน

 




กัมพูชา


เวลา: ใช้เวลาเดียวกันกับประเทศไทย
 
การเดินทางไปกัมพูชา: กัมพูชามีเที่ยวบินภายในประเทศจากพนมเปญไปยังสนามบิน 7 แห่งในเมืองหลักต่างๆ ได้แก่ เสียมเรียบ พระตะบอง สตึงแตรง รัตนคีรี มณฑลคีรี เกาะกง และสีหนุวิลล์
 
สนามบินนานาชาติของกัมพูชามีอยู่ 2 แห่ง คือ สนามบินโปเชนตง ในพนมเปญ และ สนามบินเสียมเรียบ (เพื่อไปสู่นครวัด) มีสายการบินที่บินตรงสู่พนมเปญจากกรุงเทพฯ
 
ระเบียบการเข้าเมือง: นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเข้ากัมพูชาได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า และสามารถอยู่ได้นาน 14 วัน
 
สกุลเงิน: เงินเรียล (Riel) ส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็นธนบัตรใบละ 100 / 1,000 / 5,000 / 10,000 เรียล ในกัมพูชานักท่องเที่ยวสามารถใช้เงินดอลล่าร์สหรัฐ ฯ ในการใช้จ่าย ชำระค่าบัตรเข้าชมโบราณสถานต่างๆ และชำระเป็นค่าโรงแรมที่พัก และร้านอาหารต่างๆ ซึ่งจะแสดงราคาเป็นเงินเหรียญสหรัฐ ฯ จึงเป็นที่ยอมรับของประชาชนชาวกัมพูชาอย่างแพร่หลาย
 
ภาษา: ภาษาเขมรเป็นภาษาราชการ ส่วนภาษาที่ใช้โดยทั่วไป ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เวียดนาม จีน และไทย
 
อาหาร:
- อาหารกัมพูชาจะคล้ายอาหารไทย แต่รสไม่จัด 
- กัมพูชานิยมทานข้าวเจ้าเป็นหลัก ข้าวเหนียวจะทำเป็นขนมสะส่วนใหญ่ แม้แต่ร้านส้มตำไก่ย่างก็ไม่มีข้าวเหนียวขาย จะกินกับข้าวสวยแทน 
- อาหารยอดนิยมคือ อาม็อก (Amok) คล้ายห่อหมกของไทย โดยเป็นการนำเนื้อปลาสด ๆ ลวกพริกเครื่องแกง และกะทิ แล้วทำให้สุกโดยการนำไปนึ่ง 
- สตูไก่ (Ragu sach moan) ได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศส เป็นอาหารที่อร่อยและทำง่าย 

กระแสไฟฟ้า: กัมพูชาใช้กระแสไฟฟ้า 230 โวลต์ ปลั๊กที่ใช้โดยทั่วไป คือ ปลั๊กสองขาแบบกลม
 
เรื่องน่ารู้ทั่วไป:
- เมื่อขับขี่จักรยานหรือจักรยานยนต์ควรชะลอความเร็วเมื่อผ่านวัด และถอดหมวกทุกครั้งเมื่อเข้าเขตวัด 
- ผู้หญิงไม่ควรแต่งหน้าจัดหรือแต่งตัวไม่สุภาพเมื่อเข้าเขตวัด 
- แท็กซี่ในกัมพูชาโดยมากจะไม่ใช้มิเตอร์ 
- ในกรุงพนมเปญไม่มีระบบโดยสารสาธารณะให้บริการ คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวมักจะเดินทางโดยสามล้อถีบรับจ้าง 
- ที่กัมพูชาควรให้ทิปประมาณ 5% ของราคาตามร้านอาหาร หรือบาร์ตามโรงแรมต่างๆ แต่ในภัตตาคารหรือร้านอาหารใหญ่ๆ มักจะรวมทิปเข้าไปในค่าบริการอยู่แล้ว 

 




มาเลเซีย


เวลา: เร็วกว่าประเทศไทยประมาณ 1 ชั่วโมง
 
การเดินทางไปมาเลเซีย: บินจากกรุงเทพฯ ไปมาเลเซียใช้เวลาประมาณ  2 ชั่วโมง หากอยากเปลี่ยนบรรยากาศสามารถนั่งรถไฟไปได้ แต่จะใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างนาน
 
ระเบียบการเข้าเมือง: นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเข้ามาเลเซียได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า และสามารถอยู่ได้นาน 30 วัน หนังสือเดินทางหรือเอกสารการเดินทางทีต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือนก่อนถึงกำหนดการเดินทาง
 
สกุลเงิน: ริงกิตมาเลเซีย (MYR)
 
ภาษา: มาเลเซียมีภาษามาเลย์เป็นภาษาประจำชาติ แต่ชาวมาเลย์สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการพูดกันอย่างแพร่หลายและค่อนข้างดี
 
อาหาร:
- อาหารยอดฮิตของชาวมาเลเซียที่ไม่ควรพลาดชิมคือ นาซี ลมะก์ (Nasi Lemak), เรินดัง (Rendang), ก๋วยเตี๋ยวผัด (Char Kway Teow), บะหมี่แกง (Mee Rebus) 
- อาหารมาเลเซีย มีลักษณะเด่นอยู่ที่การใช้สมุนไพร เครื่องเทศ พริก มีรสเผ็ด และมักจะใช้ผงกะหรี่ 
- ทางตอนใต้ของประเทศจะนิยมใช้กะทิ คล้ายกับอาหารไทย โดยจะใช้กะทิกับอาหารเกือบทุกอย่าง 
- ร้านอาหารส่วนใหญ่เมื่อนำอาหารมาเสริฟแล้วจะเก็บเงินทันที 
- เครื่องดื่มต่างๆที่มาเลเซีย รสจะไม่ค่อยหวานเท่าไรนัก 

กระแสไฟฟ้า: ระบบไฟฟ้าเป็นแบบ 240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิร์ซ และใช้ปลั๊กไฟแบบสามขาแบน
 
เรื่องน่ารู้ทั่วไป:
- ไม่ควรใช้นิ้วชี้มือขวาชี้สถานที่ สิ่งของ หรือคน ให้ใช้นิ้วโป้งมือขวาชี้ โดยพับนิ้วที่เหลือทั้งสี่เก็บไว้ 
- ก่อนที่จะเข้าไปในสถานที่ประกอบพิธี เช่น สุเหร่าหรือวัด จะต้องถอดรองเท้าออกก่อน สุเหร่าบางแห่งจัดเตรียมเสื้อผ้าและผ้าคลุมให้แก่นักท่องเที่ยวผู้หญิง 
- ถ้าไม่คิดจะซื้อของนั้นจริงๆ อย่าเพิ่งถามราคา 
- เมืองมะละกาเป็นเมืองปลอดบุหรี่แห่งแรกในประเทศ 
- ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ การเดินทางและการคมนาคมขนส่งสะดวกสบาย มีรถไฟลอยฟ้าและรถไฟใต้ดินถึง 3 สายด้วยกัน และมีราคาประหยัดมาก

 




สหรัฐอเมริกา


เวลา :         
Altanta, Boston, New York, Nevada, Washinton ช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 12 ชั่วโมง
Chicago, Dallas ช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 13 ชั่วโมง
 Los Angeles, Sanfrancisco ช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 15 ชั่วโมง
 
การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ถึงสหรัฐอเมริกาใช้เวลาสั้นสุด 17 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ ขึ้นอยู่กับรัฐที่เดินทางไป
 
สกุลเงิน : ใช้เงินสกุลดอลลาร์ ( ดอลลาร์สหรัฐ USD) ชื่อเล่นของจำนวนเงินที่ชาวอเมริกันเรียกกันคือ
1 เซนต์ เรียกว่า "เพนนี" (penny)
5 เซนต์ เรียกว่า "นิกเกิล" (nickel)
10 เซนต์ เรียกว่า "ไดม์" (dime)
25 เซนต์ เรียกว่า "ควอเตอร์" (quarter),
1 ดอลลาร์สหรัฐ เรียกว่า "บั๊ก" (buck)
1,000 ดอลลาร์สหรัฐ เรียกว่า “แกรนด์” (grand)
 
อาหาร :
- ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดหาได้ง่ายมีแทบทุกที่ เหมือน 7-11 บ้านเรา 
- หากไปลาสเวกัส บุฟเฟ่ต์ในโรงแรมเป็นอีกหนึ่งมื้อสุดคุ้ม ที่ให้คุณอิ่ม อร่อย ราคามีให้เลือกแตกต่างกันไป 
- สหรัฐอเมริกาเป็นที่อาศัยของคนแทบจะทุกเชื้อชาติ ร้านอาหารจึงมีให้เลือกหลากหลายราคา หลากหลายประเภท ทั้งของคาวของหวาน 

โทรศัพท์ : ระบบโทรศัพท์ที่สหรัฐอเมริกาคือ GSM 1900 หรือ CDMA 800 นักท่องเที่ยวที่นำโทรศัพท์มือถือติดตัวไปสามารถซื้อซิมการ์ดแบบเติมเงินได้
 
โทรศัพท์จากไทยไปสหรัฐอเมริกา กด 001 + 1 (รหัสประเทศสหรัฐอเมริกา) + area code + หมายเลขโทรศัพท์ปลายทาง
 
โทรศัพท์จากสหรัฐอเมริกากลับมาไทย กด 011 + 66 (รหัสประเทศไทย) + 2 (รหัสกรุงเทพ) +หมายเลขโทรศัพท์ปลายทาง
 
กระแสไฟฟ้า : สหรัฐอเมริกากระแสไฟฟ้าอยู่ที่ 110 volts ส่วนเมืองไทยกระแสไฟฟ้าจะสูงกว่า อยู่ที่ 220 volts ดังนั้นถ้านำเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไทยมาใช้ในอเมริกา เราควรหาซื้อ Adapter ซึ่งเป็นตัวแปลงกระแสไฟฟ้ามาด้วย
 
เรื่องน่ารู้ทั่วไป :
- หากจะต้องขับรถที่สหรัฐอเมริกา สามารถใช้ใบขับขี่สากลที่ทำจากเมืองไทยได้ และไม่ควรขับเร็วกว่ากำหนด ขับช้าเกินไปก็ไม่ควรเช่นกัน 
- หากจะล็อคกระเป๋าเดินทางจะต้องใช้กุญแจล็อคที่ได้อนุมัติจาก TSA เท่านั้น เพราะมิเช่นนั้นแล้วกุญแจล็อคกระเป๋าของคุณ จะถูกทำลายแบบซ่อมไม่ได้ กุญแจของ TSA ได้ถูกออกแบบมา ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบิน สามารถเปิดตรวจค้นได้ โดยไม่ต้องพังกุญแจ 
- การทิปในสหรัฐอเมริกานั้นเป็นเรื่องสำคัญ ควรให้อย่างน้อย 15-20%  (อาจแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ) 
- ในฤดูใบไม้ร่วงจะมีการหมุนเข็มนาฬิกา ให้เวลาเดินหน้าเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง โดยจะหมุนในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคม และในฤดูใบไม้ผลิ จะหมุนเข็มนาฬิกาให้เวลาถอยหลัง 1 ชั่วโมง โดยจะหมุนในวันอาทิตย์แรกของเดือนเมษายน

 




แอฟริกาใต้


เวลา: ช้ากว่าเวลาประเทศไทยประมาณ 5 ชั่วโมง
 
การเดินทางไปแอฟริกาใต้: บินตรงจากกรุงเทพฯ ไปแอฟริกาใต้ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง
 
ระเบียบการเข้าเมือง: นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเข้าแอฟริกาใต้ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า และสามารถอยู่ได้นาน 30 วัน
 
สกุลเงิน: เงิน South African Rand (ZAR) หรือ เรียกสั้นๆ ว่า "แรนด์ (Rand)"
 
ภาษา: ภาษาอังกฤษ และ Afrikaans ภาษาอื่นที่ใช้ คือ Ndebele, Sotho, Swazi, Tsonga, Venda, Tswana, Xhosa, Pedi และ Zulu
 
อาหาร:
- เนื่องจากแอฟริกาใต้เคยเป็นเมืองในปกครองของเนเธอร์แลนด์และอังกฤษ ทำให้มีร้านอาหารฝรั่งมากมาย 
- อาหารหลักจานหนึ่ง ราคาประมาณ 400-500 บาท 
- น้ำดื่มปริมาณ 500 ซีซี ราคาประมาณ 30 – 40 บาท 
- อาหารที่นิยมทานกันมากที่สุดคือ Biltong (บิลตอง) หรือ เนื้อตากแห้ง คล้าย ๆ กับเนื้อแดดเดียวของไทย 
- Bobotie และ Sosaties ก็เป็นอาหารอีกอย่างที่ไม่ควรพลาดลอง 

โทรศัพท์: รหัสประเทศของแอฟริกาใต้คือ "27"  วิธีการใช้โทรศัพท์จากประเทศไทย กดหมายเลข 001 + (27) แล้วตามด้วยรหัสเมือง แล้วตามด้วยหมายเลขโทรศัพท์
 
กระแสไฟฟ้า: แอฟริกาใต้ใช้กระแสไฟฟ้าแบบ 230 V ความถี่ 50 Hz ปลั๊กเป็นแบบหัวกลม 3 ขา
 
เรื่องน่ารู้ทั่วไป:
- หากไปเที่ยวกันหลายคน วิธีที่เหมาะที่สุดในการไปเที่ยวเมืองต่าง ๆ ในแอฟริกาใต้ คือ การเช่ารถ เพราะหารกันแล้วค่าเช่าอาจจะถูกพอ ๆ กับค่าตั๋วรถทัวร์ 
- การเช่ารถในแอฟริกาใต้สะดวกมาก ๆ เพราะมีบริษัทรถเช่าใหญ่ ๆ อยู่ที่สนามบินทุกแห่ง แต่ราคาจะสูงกว่าบริษัทเล็ก ๆ 20 – 30 % 
- ถ้าเช่ารถขับเอง เวลาจอดรถข้างทาง ไม่ควรนำสิ่งของมีค่าวางไว้ในรถให้เห็น เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ทุบกระจกรถบ่อยครั้ง หากจอดรถรอสัญญาณไฟ ก็ควรล็อครถทุกครั้ง 
- ท่องเที่ยวอย่างระมัดระวัง เพราะแอฟริกาใต้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอาชญากรรมสูง โดยเหตุการณ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเขตชานเมือง หรือพื้นที่เปลี่ยวห่างจากแหล่งท่องเที่ยวปกติ

 




อิตาลี


เวลา: ช้ากว่าเวลาประเทศไทยประมาณ 6 ชั่วโมง
 
การเดินทางไปอิตาลี: บินตรงจากกรุงเทพฯ ไปอิตาลีใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 – 13 ชั่วโมง
 
สกุลเงิน: อิตาลีอยู่ในกลุ่มประเทศ EU ดังนั้นจึงใช้สกุลเงินยูโร (EUR) ซึ่งเป็นเงินสกุลของกลุ่มประเทศยูโร
 
ภาษา: ภาษาอิตาลี แต่การไปท่องเที่ยวที่อิตาลีนั้นอาจจะมีปัญหาในเรื่องภาษาบ้าง เนื่องจากป้ายบอกทางหรือข้อมูลส่วนใหญ่จะเป็นภาษาอิตาลี
 
อาหาร:
- อาหารเช้าส่วนใหญ่เป็นกาแฟกับ Cornetto ( ครัวซองค์สไตล์อิตาลี ) มีหลายรสให้เลือก เช่น ไส้ครีม ไส้ชอคโกเลต  ไส้แยมผลไม้ หรือเคลือบด้วยน้ำผึ้ง 
- มื้อหลักของอาหารอิตาเลียน นั้นค่อนข้างมีหลากหลายเมนู ร้านอาหารส่วนใหญ่มักจะเสริฟ เมนูจานที่ 1 และเมนูจานที่ 2 ในบางครั้งอาจจะมีเมนูจานที่ 3 เพิ่มขึ้นด้วย 
- อาหารอิตาลีจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละที่ ไม่ใช่แค่ทางเหนือ ทางใต้เท่านั้น แต่ยังแบ่งเป็นแคว้นและในแต่ละเมืองยังมีอาหารขึ้นชื่อของเมืองนั้นๆอีกด้วย 
- อาหารที่อยู่ในบริเวณแหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะราคาแพง และไม่ใช่รสชาติแบบอิตาลีแท้ๆ 
- เลือกร้านอาหารที่มีสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ต่างๆ แปะอยู่ที่หน้าร้านเยอะๆ เป็นสติ๊กเกอร์จากไกด์หรือนักชิมที่ค่อนข้างเชื่อถือได้ว่าร้านนี้อาหารอร่อย 

โทรศัพท์: โทรศัพท์สาธารณะมีอยู่ทั่วไปในอิตาลี โดยเฉพาะตามร้านเหล้า ซึ่งจะมีอยู่มากกว่าตามที่ทำการโทรศัพท์ด้วยซ้ำ และบางแห่งสามารถใช้บริการสแกตติ (Scatti / โทร.ก่อนจ่ายทีหลัง) ซึ่งบริการประเภทนี้ส่วนใหญ่จะเป็นสำนักงานโทรศัพท์
 
ปัจจุบันโทรศัพท์สาธารณะสามารถใช้บัตรโทรศัพท์ ซึ่งหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายบุหรี่หรือที่ขายหนังสือพิมพ์ในราคา 2 ยูโร และ 4 ยูโร บางเครื่องก็ใช้ได้แต่กับการ์ดโทรศัพท์(Card Phone)
 
กระแสไฟฟ้า: อิตาลีใช้ระบบไฟฟ้าเหมือนประเทศไทยคือแบบ 220 โวลต์ บางที่จะเป็นปลั๊ก 2 ขา บางที่ก็อาจเป็นปลั๊กชนิด 3 ขา
 
เรื่องน่ารู้ทั่วไป:
- ไม่ควรซื้อสินค้าที่เป็นของเทียมหรือเลียนแบบ เนื่องจากกฎหมายอิตาลีกำหนดโทษปรับผู้ซื้อสินค้าดังกล่าว10,000 ยูโร 
- การซื้อของควรนับเงินทอนให้ครบต่อหน้าคนขาย และหากใช้บัตรเครดิต ควรให้คนขายรูดบัตรต่อหน้า 
- ระวังทรัพย์สิน เงินสด เครื่องประดับ ขณะเดินทางโดยรถประจำทาง รถไฟฟ้าใต้ดิน รถราง โดยเฉพาะกระเป๋าสะพาย 
- ภัตตาคารส่วนใหญ่จะบวกค่าบริการไว้แล้ว โดยในใบเสร็จจะเขียนบอกไว้ว่า เซอร์วิซิโอ อี คอเปรโต (Servizio e coperto) 
- อย่าวางสิ่งของไว้ในรถ ในจุดที่เห็นได้ง่าย อาจโดนงัดแงะและถูกขโมยได้ 

 




ฝรั่งเศส


เวลา: ช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 6 ชั่วโมง
 
การเดินทางไปฝรั่งเศส: บินตรงจากกรุงเทพฯไปปารีส ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง
 
ระเบียบการเข้าเมือง: การเดินทางไปฝรั่งเศส หรือเดินทางผ่านฝรั่งเศสเพื่อไปประเทศอื่น จำเป็นต้องขอวีซ่าจากสถานทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยก่อนเสมอ และต้องตรวจสอบจำนวนครั้งที่ท่านจะต้องเดินทางเข้า-ออก ฝรั่งเศส
 
สกุลเงิน: ใช้ธนบัตรและเหรียญเงินสกุลยูโร (€) ธนบัตร 500€ / 200€ / 100€ / 50€ / 20€/ 10€/ 5€ เหรียญ 2€ / 1€ / 50 cents / 20c / 10c / 5c / 2c / 1c เหรียญ 1€ =100 Cents
 
ภาษา: ภาษาฝรั่งเศส
 
อาหาร:
- ร้านอาหารส่วนใหญ่เปิดเวลา 12.00 น. – 15.00 น. และ 19.00 น. – 23.00 น. แต่บางแห่งอาจปิดดึกกว่านั้น เช่น ร้านเบียร์และร้านอาหารบริเวณโดยรอบสถานีรถไฟ 
- ร้านเหล้าร้านกาแฟในฝรั่งเศสมีหลายประเภท หลายระดับ ตั้งแต่ cafe, cafe-restaurant, brasserie, bistrot และ restaurant 
- อย่าพลาดชิมฟัวกรา ( Foie gras ) หรือตับห่านหนึ่งในอาหารยอดนิยม ที่ได้ชื่อว่าเป็นอาหารฝรั่งเศสที่ดีที่สุด เช่นเดียวกับทรัฟเฟิล 

โทรศัพท์: โทรศัพท์สาธารณะ สามารถใช้ได้กับทั้งบัตรโทรศัพท์และบัตรธนาคาร บัตรโทรศัพท์สามารถหาซื้อได้ตามไปรษณีย์ และ Bar Tabac ซึ่งสามารถใช้โทรภายในและระหว่างประเทศ โดยมี 2 ชนิด คือแบบ 50 ยูนิต (7.41 ยูโร) และแบบ 120 ยูนิต (14.74 ยูโร) บนรถไฟ TGV และ Eurostar trains คุณสามารถใช้บัตร VISA & MASTERCARD / EUROCARD เท่านั้น ในการใช้โทรศัพท์
 
กระแสไฟฟ้า: ฝรั่งเศสใช้ระบบไฟฟ้าเหมือนประเทศไทยคือเป็นแบบ 220 โวลต์ บางที่ก็เป็นปลั๊กสองตา บางที่ก็เป็นปลั๊กชนิดสามขา
 
เรื่องน่ารู้ทั่วไป:
- รถแท็กซี่ในฝรั่งเศสนั่งได้ 3 คน เฉพาะที่ตรงด้านหลังคนขับเท่านั้น ที่นั่งด้านขวามือข้างหน้าคู่กับคนขับนั้น มักไว้ให้เป็นที่นั่งของสัตว์เลี้ยง 
- ระบบน้ำประปาในฝรั่งเศสสะอาดจนสามารถดื่มได้จากก๊อกเลย แต่ถ้าน้ำจากก๊อกที่ไหนไม่สะอาดพอ จะมีป้ายบอกไว้เสมอว่าไม่สามารถดื่มได้ หรือคำว่า eau non potable 
- ก่อนขึ้นรถไฟฝรั่งเศส จะต้องนำตั๋วรถไฟไปตอกลงตราที่เครื่องอัตโนมัติ (เป็นตู้สีส้มที่ตั้งอยู่ก่อนเข้าไปยังชานชาลารถไฟ) 
- ท่องเที่ยวในเมืองใหญ่เช่น ปารีส ควรระมัดระวังกระเป๋าและของมีค่าเสมอ

 





 

ความคิดเห็นทั้งหมด (0)

    หาเรื่องเที่ยวแนะนำ

    คู่มือท่องเที่ยว

    หาเรื่องเที่ยวล่าสุด

    America Amusement Park Asakusa Austri Austria Bahamas Canada China Croatia Czech Republic DIsneyland Denmark Echigo Tokimeki Europe France Giethoorn Hallstatt Hisho Hokkaido Hong Kong Disneyland Hongkong Hungary Iceland Ikebukuro Italy Japan Japan Alps Japan Cherry Blossom Japan Festival Japan Sakura Karlovy Vary Korea Kunming Las Vegas Latvia Maldives Malta Nagoya Netherland Nevada New Taipei New Year Niigata Olympic 2016 Paris Pingxi Portugal Ratchaburi Resort Rio 2016 Rio de Janeiro Romantic city Sapporo Scotland Seoul Setsugekka Shanghai Disneyland Shibuya Shinjuku Singapore South Korea Suan Phueng Angel Challenge Tateyama Tateyama Kurobe Tateyama Kurobe Alpine Route Theme Park Tokyo Tokyo Disneyland UK USA Ueno United Kingdom Venice Water park Waterfall Park app ท่องเที่ยว asia autumn autunm beach beach resort canada cherry blossom china colombia fall f fall foliage faroe island hong kong hotel japan korea layover macao macau maldive new zealand passport phuket sakura sakura2016 similan taipei taiwan taoyuan transit tour turkey visa กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง กัมพูชา การบินไทย กำแพงหิมะ กีธอร์น ควิเบก คาร์โลวี วารี คุนหมิง คุโรเบะ งานสงกรานต์ จีน ชมวิวทะเลหมอก ชายหาด ชินจูกุ ชิบุย่า ซัปโปโร ซากุระ ซากุระ2016 ซากุระบาน ซากุระบานที่ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น ดิสนีย์แลนด์ ตราด ตั๋วเครื่องบิน ตุรกี ต่อเครื่อง ญี่ปุ่น ต่อเครื่อง สิงคโปร์ ต่อเครื่อง เกาหลี ต่อเครื่องกาตาร์ ทะเล ทะเลหมอก ทะเลใต้ ทาเทยามะ ทำพาสปอร์ต ทำวีซ่า ทำหนังสือเดินทาง ที่พัก ที่พัก มีสระว่ายน้ำ ที่พักภูเก็ต ที่พักเก๋ๆ ที่พักเขาค้อ ที่พักเขาใหญ่ ที่พักใกล้สถานีรถไฟ ที่เที่ยวสำหรับเด็ก ที่เที่ยวสิงหาคม ที่เที่ยวหน้าฝน ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ ที่เที่ยวไทย ท่องเที่ยวแบบประหยัด นอนสนามบิน นาโกย่า นิวซีแลนด์ นิวไทเป นีงะตะ นีงาตะ น่าน น้ำตก น้ำหนักกระเป๋า บราซิล บัตรเครดิต บาฮามาส ปั่นจักรยาน ปีใหม่ ปีใหม่ 2017 ผิงซี ฝรั่งเศส พม่า พยากรณ์ซากุระ พังงา พาลูกเที่ยว พาสปอร์ต พาแม่เที่ยว ภูเก็ต มัลดีฟส์ มาเก๊า มาเลเซีย ยกเว้นวีซ่า ยุโรป รถไฟญี่ปุ่น รอต่อเครื่อง รอเปลี่ยนเครื่อง ราชบุรี ริโอเดอจาเนโร รีสอร์ท รีสอร์ท ติดทะเล รีสอร์ท ริมทะเล รีสอร์ทภูเก็ต รีสอร์ทเขาใหญ่ ฤดูใบไม้ร่วง ลาว ลาสเวกัส วันสงกรานต์ วันเด็ก วิมานพระอินทร์ วีซ่า สงกรานต์ สถานทูต สถานทูตไทย สถานทูตไทยในต่างประเทศ สนามบินคันไซ สนามบินชางฮี สนามบินนาริตะ สนามบินอินชอน สนามบินฮ่องกง สนามบินเถาหยวน สวนน้ำ สวนน้ำ กรุงเทพ สวนน้ำ พัทยา สวนน้ำ หัวหิน สวนผึ้ง สวนสนุก สหรัฐอเมริกา สหรา สาธารณรัฐเช็ก สิงคโปร์ สิมิลัน หนังสือเดินทาง หน้าฝนเที่ยวไหนดี ออสเตรีย อังกฤษ อาซากุสะ อาเซียน อิตาลี อินโดนีเซีย อิเคบุคุโระ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุเอโนะ อเมริกา ฮอกไกโด ฮัลล์สตัท ฮ่องกง ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ิเที่ยวไทย เกาหลี เกาะ เกาะกูด เกาะช้าง เกาะมาเก๊า เกาะหมาก เกาะหลีเป๊ะ เกาะเต่า เกาะเสม็ด เกาะแฟโร เกียวโต เขาค้อ เขาใหญ่ เคาท์ดาวน์ เคาท์ดาวน์ 2017 เจแปนแอลป์ เชียงราย เชียงใหม่ เซี่ยง เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ เถาหยวน เทศกาลญี่ปุ่น เที่ยวคุณหมิง เที่ยวจีน เที่ยวชะอำ เที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น ใบไม้เปลี่ยนสี เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง เที่ยวต่างประเทศ เที่ยวต่างประเทศแบบประหยัด เที่ยวทะเล เที่ยวบราซิล เที่ยวภาคเหนือ เที่ยวภาคใต้ เที่ยวมัลดีฟส์ เที่ยวมาเก๊า เที่ยวยุโรป เที่ยวยุโรปช่วงไหนดี เที่ยวราชบุรี เที่ยวริโอเดอจาเนโร เที่ยววันเด็ก เที่ยวสงกรานต์ เที่ยวสวนผึ้ง เที่ยวสิงคโปร์ เที่ยวสิงคโปร์ด้วยตัวเอง เที่ยวหน้าฝน เที่ยวหน้าร้อน เที่ยวหัวหิน เที่ยวอาเซียน เที่ยวอเมริกา เที่ยวฮ่องกง เที่ยวเกาหลี เที่ยวเกาหลี ใบไม้เปลี่ยนสี เที่ยวเกาะ เที่ยวเขาค้อ เที่ยวเขาใหญ่ เที่ยวเช้าเย็นกลับ เที่ยวเมืองนอก เที่ยวเมืองไทย เที่ยวใกล้กรุงเทพ เที่ยวไตหวัน เที่ยวไต้หวัน เที่ยวไทย เที่ยวไทเป เที่ยวไทเปด้วยตัวเอง เที่ยหน้าฝน เนเธอร์แลนด์ เปลี่ยนเครื่อง เกาหลี เพชรบูรณ์ เมืองน่าเที่ยว เมืองสวย เมืองโรแมนติก เวนิส เวียดนาม เส้นทางรถไฟสายผิงซี เส้นทางแอลป์ทาเทยามะคุโรเบะ แคนาดา แอปท่องเที่ยว แอพท่องเที่ยว โคลอมเบีย โซล โตเกียว โตเกียวดิสนีย์แลนด์ โปรโมชั่่น โรงแรม โรงแรมภูเก็ต โอลิมปิก โอลิมปิก 2016 ใบไม้เปลี่ยนสี ใบไม้แดง ไต้หวัน ไทเป ไบเบอร์รี่ ไม่ต้องขอวีซ่า ไหว้พระฮ่องกง ไอซ์แลนด์