รีวิว

First Time in Singapore

Singapore
วันออกเดินทาง 07/03/2014
วันเดินทางกลับ 09/03/2014
จำนวนผู้ร่วมทริป ผู้ใหญ่ 10 คน
งบประมาณเฉลี่ยต่อคน 15,001 - 20,000 บาท
บันทึกเพิ่มเติม การเดินทางท่องเที่ยวสิงคโปร์ครั้งแรก ใช้เวลาเที่ยวเพียง 3 วัน 2 คืน แต่คุ้มค่าและครบเครื่อง เพราะไปกับทัวร์และที่ทำงานพาไปเที่ยว จ่ายแค่ค่ากิน ช้อปปิ้งและตั๋วเข้าชมสถานที่ต่างๆเท่านั้น (กราบขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดี) โดยเดินทางกับสายการบิน Thai Lion Air

*ในความคิดเรา สิงคโปร์เป็นประเทศที่บ้านเมืองสะอาด เคร่งครัดในกฏระเบียบดีมาก อาหารโอเคร ไม่แย่ ที่อร่อยสุดๆเห็นจะเป็นปูผัดพริก (ที่ไม่เผ็ด ออกหวานๆด้วยซ้ำ) การเดินทางไปไหนมาไหนก็ง่าย การคมนาคมสะดวกทั่วถึง สามารถไปเที่ยวเองได้โดยไม่ต้องพึงทัวร์เลย ใกล้ไทยและไม่ต้องขอวีซ่า แม้ค่าเงินจะแพงไปนิดแต่ก็คุ้มค่าที่ได้มา หากมีโอกาสก็จะกลับมาเที่ยวอีก
11K views
วันที่
1

ถึง Singapore Changi Airport ครั้งแรกกับการเที่ยวต่างประเทศ และผ่านตม. โดยส่วนตัวรู้สึกว่าเข้าง่ายไม่ได้น่ากลัวอะไร เค้าถามแค่ชื่อ แล้วก็ดูพาสปอร์ต์กับหน้าเราว่าตรงกัน หลังจากนั้นก็ให้สแกนนิ้วมือ ไม่แน่ใจว่านิ้วชี หรือหัวแม่โป้ง สองข้าง ประทับตรา ปึกๆ!! ผ่านเข้าได้แล้วจร้าาา

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง มาถึงสิงคโปร์ไม่ลองชิมข้าวมันไก่ชื่อดังได้ไง! จัดไป Boon Tong Kee เนื้อไก่นุ่ม ชุ่มฉ่ำไม่แห้ง เนื้อหนังเน้นๆ ข้าวหมดเติมข้าวได้เต็มที่ ไก่หมดก็เติมข้าวได้เต็มที่

กินเสร็จเราก็มุ่งตรงไปรับความโชคดี ร่ำรวย กันที่ น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง (Fountain of Wealth) น้ำพุในสิงคโปร์ได้รับการบันทึกในกินเนสบุ้คว่าเป็นน้ำพุที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1995 พร้อมๆ กับ Suntec City โปรเจ็คศูนย์การค้าและอาคารสำนักงานใหญ่ยักษ์ที่จำลองเป็นนิ้วห้านิ้ว โดยมีน้ำพุอยู่ตรงกลางเสมือนอยู่บนฝ่ามือ ตัวน้ำพุสร้างเป็นรูปวงแหวนทองแดงมีขาเป็นฐานสี่ข้าง ออกแบบตามความเชื่อของศาสนาฮินดู (Hindu Mandala) เพื่อเป็นตัวแทนจักรวาล ความเท่าเทียมและการหลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนสิงคโปร์ที่มาจากหลากหลายเชื้อชาติ

นอกจากนี้ยังมีการแสดงน้ำพุประกอบแสง สีเสียง 3D Laser ซึ่งมีความสวยงามเป็นอย่างมาก และเชื่อกันว่า ใครที่มาเยือน Suntec City แล้วได้มาเดินรอบน้ำพุแห่งนี้สามรอบโดยเอามือแตะที่น้ำพุไว้ตลอดเวลาจะได้รับพลังน้ำแห่งโชคลาภและความโชคดีติดตัวกลับบ้านกันทุกคน

หลังจากนั้นก็ไปไหว้พระ ขอพร เจ้าแม่กวนอิมกันที่วัด Kwan Im Thong Hood Cho Temple วัดศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธย่าน Bugis วัดนี้ดังมากในสิงคโปร์ที่ใครๆ ต่างมาไหว้ขอพรให้สมปรารถนาดังใจ

แดดร่มลมตก จึงมาเดินเล่นกันต่อที่ การ์เด้น บาย เดอะเบย์ สวนพฤกษศาสตร์ริมอ่าวมารีน่า หนึ่งในไฮไลท์ของการมาเที่ยวชมสวนพฤกษศาสตร์การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ (Gardens by The Bay) นั่นก็คือต้นไม้ยักษ์ ซุปเปอร์ทรี โกรฟ Supertree Grove โดยโครงสร้างของซุปเปอร์ทรีจะเป็นคอนกรีตและเหล็กที่ทำเป็นรูปต้นไม้ ตกแต่งเป็นสวนแนวตั้ง (Vertical Gardens) มีทั้งหมด 18 ต้น แต่ละต้นมีความสูงตั้งแต่ 25 เมตร ถึง 50 เมตร ที่ด้านบนของซุปเปอร์ทรีจะมีแผ่นโซลาร์เซลล์ติดอยู่เพื่อเก็บพลังงานแสงอาทิตย์แล้วนำมาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าในสวน รวมถึงเปิดไฟที่ประดับต้นซุปเปอร์ทรีในยามค่ำคืน

บางคู่ของต้นไม้ยักษ์ Supertree Grove ยังมีทางเดินลอยฟ้าที่เชื่อมต่อถึงกัน มีชื่อว่า OCBC Skyway เป็นทางเดินยาว 128 เมตร มีความสูงจากระดับพื้นดิน 22 เมตร โดยบนต้นที่สูง 50 เมตร จะมีจุดชมวิว ที่สามารถมองเห็นวิวของอ่าวมารีน่า (Marina Bay) และพื้นที่บริเวณรอบๆ ได้อย่างชัดเจน

บรรยากาศดี ลมพัดเย็นสบาย วิวสวย นั่งชิลล์ๆ ริมอ่าวมารีน่าเบย์

แวะทานไปทานบักกุ๊ดเต๋ เดินเล่นถ่ายรูปบรรยากาศยามค่ำคืน แล้วรีบกลับโรงแรมนอนพักผ่อนเอาแรง เพื่อไปลุยสวนสนุกในวันพรุ่งนี้เช้า go go!!

วันที่
2

เช้านี้ว๊าปมาย้อนวัยเด็กกันที่ Universal studio ฟิตร่างกายมาพร้อมเล่นทรานฟอร์เมอร์โดยเฉพาะ เพราะว่าต้องยืนต่อแถวนานสักหน่อย แนะนำว่าให้เข้ามาเล่นเครื่องเล่นนี้ก่อน ค่อยไปที่อื่น

เมื่อเห็นหุ่นยนต์ตัวนี้ก็แปลว่ามาถูกจุดแล้วนะจ๊ะ!!

อีกหนึ่งโซนที่ไม่ควรพลาดคือ เครื่องเล่นมัมมี่ในโซนอียิปต์ รับรองว่าหวาดเสียวแน่นอนจ้าาา

เล่นเครื่องเล่นได้ 3-4 อย่างก็เริ่มหมดแรง เลยมาแวะทานข้าวกันที่ Discovery Food Court อยู่ในโซนไดโนเสาร์ จูราสสิค

เครื่องเล่นบางชนิดในจูราสสิคจะต้องเปียก ใครไม่อยากเปียกก็ใส่เสื้อกันฝนได้จ้า หลังจากกินอิ่มก็ไปนั่งย่อยอาหาร ดูโชว์สุดบู้ อลังการจัดเต็มทั้งแสง สี เสียง เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่่งไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด!

ดูการแสดงจบ ก็ไปเล่นอะไรเบาๆ ที่ปราสาท Shrek ถ่ายรูปเป็นเจ้าหญิงรอเจ้าชายไปเรื่อย

เจ้าเหมี้ยว Puss in Boots กำลังทักทายแฟนๆ

หลังจากนั้นก็เดินเล่นถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆ มีหลากหลายโซนที่น่าสนใจ

เดินทางมาถึงบริเวณทางออกประมาณ 6 โมงเย็นก็นั่งรถไฟไปลงแถวย่าน Clarke Quay

มื้อเย็นวันนี้ เราจะมาทานเมนู Chilli Crab หรือปูผัดผงกะหรี่เจ้าดังอย่าง Jumbo Seafood ซึ่งอยู่ในย่าน Clarke Quay (คลากคีย์) ซึ่งเป็นย่านกิน ดื่มของสิงคโปร์

ลาค่ำคืนนี้ไปด้วย อาหารแน่นๆ เต็มพุง ^^

วันที่
3

ถึงเวลาจะได้กลับบ้านกันแล้ววว
มาถึงสิงคโปร์ทั้งทีจะไม่มาเที่ยวที่ เมอร์ไลอ้อน ได้ไง เจ้ารูปปั้นสิงโตพ่นน้ำตัวนี้ เรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของสิงคโปร์ที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูปเช็คอินกัน
ถึงแม้ว่าฝนจะตกก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้ เพราะเราเตรียมเสื้อกันฝนมาแล้ว!! ^^

หลังจากถ่ายรูปเป็นที่ระทึก เอ้ย! ระลึกกับเมอร์ไลอ้อนแล้ว ก็ออกเดินทางไปช้อปปิ้ง ซื้อของฝากที่ถนน Orchard มีพวกน้ำหอม ขนม ช็อคโกแลต กระเป๋าผ้าต่างๆ ที่สามารถซื้อแบบยกโหลได้ในราคาไม่แรงมากนัก และสำหรับสาวๆ ก็มี Shop Charles&Keith ให้ช้อปกันด้วย

เมื่อช้อปกันอย่างหนำใจ ก็เตรียมโบกมือบ๊ายบายสิงคโปร์ มุ่งหน้าสู่สนามบิน ขึ้นเครื่องบิน กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพจ้าา

ความคิดเห็นทั้งหมด (0)

    รีวิวที่คล้ายกัน

    ทริปที่ใกล้เคียง

    ไอเดียที่ใกล้เคียง