รีวิว

รีวิว เเบกเป้เที่ยวสวรรค์บนดิน 11 วัน ย่าติง เสฉวน ธิเบตน้อย

China
วันออกเดินทาง 27/05/2016
วันเดินทางกลับ 03/06/2016
จำนวนผู้ร่วมทริป ผู้ใหญ่ 2 คน
งบประมาณเฉลี่ยต่อคน 20,001 - 30,000 บาท
บันทึกเพิ่มเติม Traveling turns me into a storyteller。
51K views
วันที่
1

“เห้ยๆ กุอยากไปเที่ยวจีนหว่ะ”
“มาดิๆ เดี่ยวกุพาเที่ยว รับรองว่าเด็ด!”

คือตอนนี้เราเรียนอยู่ที่จีนค่ะ เเละเพื่อนของเราก็อยากจะหาที่เที่ยวช่วงปิดเทอมพอดี ดังนั้น ในฐานะที่เป็นเพื่อนที่ดีก็ต้องทำหน้าที่กันหน่อยสิเนอะ 555 < จริงๆ คือตอบสนองความต้องการของตัวเองล้วนๆ 5555〉

เเละในฐานะที่เราเรียนอยู่ที่จีนมาเป็นเวลา 3 ปีเต็ม ทุกๆฮอลิเดย์ก็จะออกไปเที่ยวเเบคเเพคตามสถานที่ชื่อดังเเละไม่เป็นที่รู้จักของจีนเช่นกันค่ะ
อย่างล่าสุด เราก็ได้ไปที่ยูนนานมาค่ะ ซึ่งบอกได้เลยว่าอเมซิ่งมาก เราใช้เวลาในการเดินทางตอนนั้นถึงสามอาทิตย์ 《สะใจมาก》จนคุณเเม่ต้องพูด “กลับบ้านบ้างเห้อะลู๊ก 5555 ”

ส่วนกระทู้นี้นะคะ เราจะมารีวิวการเที่ยวที่มณฑลเสฉวนกันนะคะ ซึ่งที่ที่เราจะเดินไปทางกันนั้นก็คือ อู่หลง ฉงชิ่ง เฉิงตู เเละไฮไลท์ของทริปนี้ก็คือ ย่าติงหรือเต้าเฉิงนั้นเองค่ะ ที่นี่เป็นเมืองที่อยู่บนความสูง 4000 กว่าเมตรเหนือระดับน้ำทะเล จากเมืองนี้เราจากนั่งรถต่อไปยังเเชงกรีล่าที่ยูนนานเเละธิเบตได้ ถึงก็ขอเเนะนำเลยสำหรับคนที่มีเวลาเยอะหน่อยก็ไปเรื่อยๆเลยยิ่งดี เราคิดว่าสถานที่ที่นี่อาจจะน้อยคนนั้นนักที่ยังรู้จัก ฉะนั้นวันนี้เรามาทำความรู้จักกันเลยค่ะ
เรื่องการเตรียมตัวนะค่ะ เเนะนำให้นำเสื้อหนาวไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้อนก็ตาม เพราะ ข้างบนเขานั้นจะหนาวตลอด ส่วนเรื่องสุขภาพร่างกาย ต้องฟิตกันหน่อยค่ะ ขอบอกได้เลยว่าโหดมาก เดี๋ยวเราไว้มาดูกันว่าโหดยังไงค่ะ ก็เเนะนำให้เตรียมยา Diamox เเละที่ขาดไม่ได้คือยาพารายาเเก้หวัด ตอนที่เราไป พาราหมดกันไปเป็นเเผงๆเลย 5555

เอาละมาเริ่มกันเลยดีกว่า พวกเราสองคนเริ่มต้นเดินทางจากกวางโจวไปฉงชิ่งค่ะ ไฟท์ของพวกเราออกกันตอนประมาณทุ่มกว่าเวลาจีนค่ะ
นั่งประมาน 2 ชม นิดๆก็ถึงค่ะ

เย้ๆๆ ถึงเเล้วค้าาาาาา มีความสุขมากกับการโดดเรียนมากเที่ยว 5555 ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างเด็ดขาดนะค่ะมันไม่ดี

คือตัวเจ้าของกระทู้เป็นคนเที่ยวดิบค่ะ ไม่เคยจองโรงเเรมล่วงหน้ามาก่อนเลย ชอบว้อคอินเข้ามากกว่า เพราะรู้สึกว่ามันสะดวกกว่าไม่ต้องค่อย หาอะไรมากมาย เเต่เราก็ต้องดูสถานที่เเถบที่เหมาะสมสะดวกต่อการเดินทางมาก่อนนะคะ

ตอนเราลงเครื่องเเต่ต้องไปขึ้นสถานีรถไฟฟ้าของฉงชิ่ง ก็เจอเเจ้คพอตโรคจิตค่ะ ว้ากกก สติหลุดกันเบาๆ
เรื่องมีอยู่ว่า ตอนเเรก พวกเราตัดสินใจจะหาโรงเเรมกันเเถวๆสถานีรถไฟหรือภาษาจีนเค้าเรียกันว่า 火车站 เพราะเป็นเเหล่งที่ทั้งสะดวกต่อการที่จะต้องนั้งรถไปสถานที่ต่างๆ เเต่เเล้วระหว่างที่เราเเละเพื่อนของเรานั่งคุยเม้ามอยกันอยุ่บนรถไฟฟ้านั้น ก็มีผชคนนึงมานั่งเบียดเราเเล้วก็มองๆ ละถามว่า ทำไมกระเป๋าใหญ่กันขนาดนี้นี่มาเที่ยวกันหรออ เราก็ตอบ ไปว่าใช่ๆ นางบอกนางก็ไม่ใช่คนที่นี่ นางมาทำงานสองสามวันไรงี้ เเล้วนางก็ถามๆ สัพเพเหระ จะลงสถานีไหน อะไรยังไง นางคิดว่าเราจองโรงเเรมมาเเล้วเเถวสถานีรถไฟ นางบอกเเถวนั้น อตร นะ ถ้าเป็นนางนางจะไม่ไปจองเเถวนั้นเด็ดขาด เราคิด เอออๆๆ เรื่องของ ึงงสิค่ะ 555555 เเล้วด้วยความที่ตัวเราเวลาออกเดินทางจะเป็นประเภทที่เฟรนลี่ เบาๆ ดังนั้นขอวีเเชท 《เป็นเเอฟเเชทคล้ายๆไลน์ คนจีนทุกคนมักจะใช้กันค่ะ》 เราก็ให้ไอดีไป เเต่ยังไม่ได้รับเเอดค่ะ หลังจากนั้นนางก็ถามชื่อเราว่าชื่ออะไร เราก็บอกชื่อจีนนางไป สักพักนางก็ยุกยิกๆกะโทรศัพท์ ละหันมาถามว่า เเปลกเนอะ ทำไมหาชื่อเธอที่จองโรงเเรมไม่เจอเลย ในใจคิด ซวยละกุ โรคจิตเเน่ๆ หาชื่อกุทำไม ต้องการอะไร เราเลยบอกชื่อที่จองต้องเป็นชื่อภาษาไทยกุเส้ ใช้ชื่อจีนจองได้ไง โง่ชริงๆ ยังดีอย่างน้อยมันก็หาอะไรไม่เจอ จากนั้นเราเลยหันไปบอกเพื่อนเราว่าเกิดยังงี้ขึ้นนะ เรากับเพื่อนเราก็ลุ้นกันมากว่าตอนถึงสถานีที่เราจะลงมันจะทำยังไง พอถึงสถานีที่พวกเราจะลงกันปุ้ปป นางก็ลุกขึ้นละจะออกมากับพวกเรา เเล้วพูดว่า เห้ออ บังเอิญจิง พอดีมันก็จองโรงเเรมเเถวนี้เหมือนกัน คือตอนนั้นคืออึ้งมาก ไหนบอกจะไม่นอนเเถวสถานีรถไฟเด้ดขาดไง มีจุดประสงค์อารายยย ตอนนเดินออกนางเดินนำออกไปก่อน มันเลี้ยวขวาไป ส่วนเรากับเพื่อนเรานั้น ไปซ้ายเลยค่ะวิ่งเร็วยิ่งกว่าตอนเเข่งวิ่งตอนเด็ก ตอนหลังเราก็ต้องพยายามหาทางหลบนางโรคจิตคนนั้น จนในที่สุดก็โรงเเรมเจอค่ะ คือคิดละยังเหนื่อยเลยค่ะ 55555
โรงเเรมวันเเรกนอนดีมาก เเพงที่สุดในทริปเเล้ว เป็นผลเนื่องมาจากเจอโรคจิค เลยคิดว่าเราควรจะหาโรงเเรมที่ดูโอเครหน่อย ใกล้เเถวนั้นที่สุด ซึ่งงโรงเเรมนี้ เวลาเราเดินออกมาจากสถานีรถไฟฟ้า เเล้วจะเห็นป้ายเค้าชัดมาก ชื่อโรงเเรม 7inn ค่ะ

วันที่
2

เอาล่ะ วันนี้ พวกเราจะไปอู่หลังกันค่าาาาาา พวกเราตื่นกันตั้งเเต่เช้าตรู่เลย ประมานเจ็ดโมงก็ออกจากโรงเเรมกันมาขึ้นสถานีรถบัสที่ 四公里กันค่ะ

บรรยากาศบนรถ อารมณ์คุณลุงคุณป้ามากเยยยย

วันที่
3

นั่งกันอยุ่ประมาน 3 ชม ก็ถึงอู่หลงค่ะ หลังจากกนั้นก็ยังต้องนั่งรถบัสเล็กต่อเข้าไปอีกค่ะประมาน 30 นาที ค่ะ
พอถึงก็ซื้อตัวเข้ากันเลยค้าา อันนี้คือรูปร่างหน้าตาตั๋วค่ะ

พอซื้อตั๋วเสร็จ เราก็ต้องนั่งรถของทางอุทยานเข้าไปอีก 30 นาทีค่ะ

จากนั้นเราก็ลงลิพท์ลงมาทางข้างล่างค่ะ โชคดีช่วงที่เรามา คนไม่เยอะมาก เป็นเพราะ ฝนตกด้วย เเละตอนนี้ทุกคนก็ต่างทำงานกันด้วย 55555

วิวสวยมากกกกค่ะ อากาศดีด้วยยยยยย !!

พวกเราเดินกันจนถึงประมานสามโมงนิดๆก็ออกมาค่ะ เพราะกลัวว่าจะกลับไปถึงฉงชิ่งดึก ตอนเย็นก็กะจะไปเดินเมืองเก่าของฉงชิ่งด้วย เลยออกมาเร็วหน่อย เเต่เเล้ว ก็ผิดเเผนอีกเเล้วว ตอนเราออกมาจากอุทยามคือเราเจอรถรับจ้างที่จะออกจากตัวอุทยาทเพื่อนั่งไปยังใจกลางเมืองอู่หลง เพื่อที่จะต่อรถ ตอนเเรกพวกเราก็ลังเล ว่าเอะจะโดนหลอหรือป่าว เเต่พอเราดูหน้าคนที่นั่งอยุ่บนรถเป็นผญสองคนเหมือนกันดูน่าไว้ใจเราเลยขึ้นไปค่ะ เเต่จริงเเล้วถึงเป็นผญก็ไม่ควรไว้ใจเนอะ 55555 หลังจากนั้นเราก็ได้ทราบว่าที่จิงเเล้วมันมีรถไฟที่นั่งจากฉงชิ่ง มาอู่หลง ในราคา 24 หยวน คือถูกมากกกกก ราคารถบัสน่าจะประมานเกือบร้อยหยวนนะค่ะถ้าจำไม่ผิด เเละที่สำคัณคือนางคนขับขยั้นขยอพวกเรามากว่านั่งรถไฟสิ ก็เอาอีกละค่ะ ไปตามเค้าอีกเเล้วเน้อออออ นั่งก็ได้เว้

เข้าไปซื้อตั๋วกันเลยค้าาาา

เเต่เเล้ว ด้วยความเป็นรถไฟอะนะค่ะ มันก็จะมาคู่กับความเลทท เข้าใจละค่ะว่าทำไมมันถูก เเต่เลทถึง 2 ชม นี่จำเป็นม้ายยย

สุดท้ายทนไม่ไหวค่ะ ออกไปหาไรกินดีกว่าาาาา หิวกันจะเเย่เเล้ว

คือป้าเเกให้เยอะมากกกกก เเละอร่อยมากหรือเพราะหิวก็ไม่รู้ ถ้วยนี้ราคา 5 หยวนเท่านั้น

กว่าจะมาน้อออออ รากกงอกกันจนน。。。
เเละเเล้ววววรถไฟก็มาสักเทททททททท คือรอตั้งเเต่สี่โมงถึงหกโมง ความผันที่จะไปเมืองเก่า พังทลายไปในพริบตาค่ะ ร้องไห้หนักมากก

วันที่
4

ตอนเช้าตรู่ของเช้าวันถัดไป พวกเราตื่นกันเเต่เช้าเพื่อที่จะไปต้องไปขึ้นรถไฟกไปเฉิงตูกัน ซึ่งตั๋วรถไฟนั้น เราได้จอง เเบบราคาปานกลางค่ะ ราคาประมาน 98 หยวนได้ เเต่เเล้วเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีกเเล้ว เรื่องมันเกิดมาจากว่า พวกเรากะเวลากันมาพอดีไป เเละตัวเราเองก็ลืมไปว่าจิงๆตั๋วรถไฟนั้นเราสามารถไปออกตั๋วได้ก่อนล่วงหน้าได้เองที่สถานีรถไฟ ตอนเช้าจะได้ไม่ต้องต่อเเถวให้เสียเวลา ดังนั้น ในตอนนั้นพวกเราวิ่งกันออกมาจากโรงเเรมกันอย่างรีบด่วน กับกระหนักที่หนัก 7กว่าโล ตอนไปถึงสถานีรถไฟก็ประมาน 7โมง 20 เเล้วค่ะ พอไปถึงปุ้ปก็ต้องต่อเเถวอีกประมานเกือบ20 นาที เราก็คิดว่า เอาน่าทันอยู่เเล้วว กำลังดี เพราะรถไฟเราจะออก 8.20 ก็สบายยๆ พอถึงคิวเราซื้อ เราก็ให้เลขบัตรที่เราจองไป ปรากฏว่า พี่คนขายตั๋วบอก ตั๋วที่เราซื้อไม่ขึ้นรถตรงนี้นะ ว้อทททททททททท คืออะไร ทำไมไม่ได้ขึ้นตรงนี้ ตอนนั้นเรางงมากว่า เห้ย เราคิดว่าเราดูดีเเล้วนะ เเต่ที่จริงคือยังไม่ดีพอค่ะ เเฮร่ สถานีรถไฟที่นี่เค้ามี กันสองฝั่ง ซึ่งฝั่งที่เรามาเป็นฝั่งที่รถไฟธรรมดา ราคาโลคอส อีกฝั่งนึง จะเป็นเเบบรถไฟราคาปานกลาง จนถึง รถไฟความเร็วสูง สรุปปเราเลยถามพี่เค้า ว่าจากนี่ใช้เวลาไปนานเท่าไหร่ พร้อมกับมองเวลา ที่ตอนนั้นเป็นเวลา 8.45 ความคิดตอนนั้นซวยยยเเล้ว ตกรถชัวร์ เเต่ก็นะ ตราบใดที่ยังไม่ถึงเเปดโมงก็ยังมีหวัง เราสองคนวิ่งกันออกมาจากที่ขายตั๋วตรงนั้น จากฝั่งนู้นเราจะต้องไปขึ้น รถไฟอีกฝั่ง ภาษาจีนก็คือ 东站 ซึ่งสามารถนั่งรถเมล์ไปได้ เเต่ไม่ทันชัวร์ๆ เเต่เเล้วก็มีลุงคนนึงเดินมาสะกิดไหล่เเล้วบอกว่า นี่ๆจะไปสถานีฝั่งนู้นใช่มั้ย เดี๋ยวไปส่ง คิดคนละ 20 หยวน คือจิงๆเราก็ไม่รู้ระทางหรอกนะคะ ว่ามันไกลเเค่ไหน เเต่อารม ณ ตอนนั้นคือเท่าไหร่ก็ไป 5555 ตกลงกันเรียบร้อยเราก็เดินทางลูงเค้าไปจน เห็นภาพๆนึง คือรถที่เราต้องนั่งไปคือรถมอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าของจีนค่ะ คืออารมมมณ์เเบบ ลุงบ้าปะค่ะ จะให้พวกหนูนั่งกันยังไง หนู + กระเป๋า ก็เท่ากับ คนสองคนละค่ะ หนู่นั่งซ้อนกัน ต้องตกรถตายชัวร์ๆ สรุปปเราก็ยืนยันว่าไม่ไปเเล้วๆๆ หาวิธีอื่น นางก็งุกงิกๆๆ ไม่ยอมค่ะ สักพักมีรถมอไซด์อีกสองคันขับมาตรงเรา ละบอกว่าๆ ขึ้นมาๆ ไปกับเค้า เค้าคิดคนละ 10 หยวน หูยยยยยย ในใจคิด อีลุงคนเเรกนี่กะขูดรีดขูดเนื้อกันขนาดนี้เลยหราาา สรุปเราก็เลยขึ้นมอไชต์ไปกับพี่สองคนนั้นค่ะ เเละโดนอีลุงคนนั้นว่าว่า ทำไมต้องมาหลอกเค้า บลา บลา บลา คือเดี๋ยววววววว ใครหลอกใครกันเเน่ห๊าาาา เเต่ตอนนั้นไม่มีเวลาจะเถียงกลับค่ะ เพราะรีบมาก ถ้ามีเวลาหน่อยยนี่ไม่เหลือค่ะ 55555

จนในที่สุดก็มาถึงค่ะ เเต่ว่ายังไม่ก็คงไม่ทันละคะ พวกเรายังเข้าไปที่สถานีขายตั๋วของฝั่งนั้นเเละได้คำตอบว่า คุณขึ้นตกรถเเล้วหล่ะ ฮืออออ เราเลยตัดสินใจงั้นคืนตั๋วไปละกัน ละซื้อตั๋วใหม่ เเต่รอบอื่นราคาจะเเพงกว่าเพราะเป็นรถไฟความเร็วสูง เราก็เอาน่า ยอมจ่ายเยอะหน่อยจะได้ถึงเร็วๆ ค่าตั๋วรถไฟความเร็วสูง ประมาณ 150 หยวนนะค่ะ
ฉะนั้น ท่านใดที่จะต้องขึ้นรถไฟที่จีน อย่างเเรกเลย ควรไปออกตั๋วก่อนหนึ่งวัน เพื่อความปลอดภัย สอง ดูสถานที่ขึ้นรถให้ดีๆนะค่ะ เพราะจีนนั้นทำอะไรก็จะค่อนข้างซับซ้อนนิดนึง

เเละนี่คือสีหน้าคร่าตาของผู้เเพ้ทั้งสองคนค่ะ T,.T รถไฟของเราจะออกตอน 9โมงค่าาา เเละเราก็จะ 11 โมงนิดๆ

เเละเเพลนของเราในคืนนี้ คือเราจะนอนสนามบินกันค่ะ เนื่องจากเครื่องบินของเราที่จะบินไปเต้าเฉิง เครื่องออกเช้ามากก คือ 6.25 โมงเเหน่ะ

พอถึงสถานีรถไฟที่เฉิงตูเราก็นั่งรถบัสของทางสถานีตรงไปยังสนามบินเลย เพื่อฝากกระเป๋า เเละค่อยออกมาดูเมืองกัน

เมื่อฝากกระเป๋ากันเรียบร้อยย เราก็ต้องรถบัสจากสนามบินมาที่ Tianfu Square ซึ่งเป็นใจกลางเมืองขอเฉิงตูนั้นเอง จากนั้นเราก็ไปเมือง 锦里กันค่ะ ที่นี่เป็นคล้ายๆ old town ทำนองนั้น มีอาหารเเละของที่ระลึกขายเยอะมากค่ะ บรรยากาศดีด้วยยย อากาศก็ดี

ได้เวลากลับไปยังสนามบินเเล้วค้า อ่ออ มีอีกอย่างที่จะบอกนะค่ะ สนามบินของเฉิงมีอาคารผู้โดยสารอยู่สองที่ คือ T1 กับ T2 ระยะทางห่างกันประมมาณ 800 เมตรได้ค่ะ ที่ที่เราต้องไปขึ้นเครื่องคือ T2 ค่ะ เเต่เราจะนอนกันที่ T1 เพราะอาคารนี้เล็กกว่า คนน้อยกว่า คงสงบกว่า T2 เยอะอยู่พอสมควร

เเละนี่คือสถานที่ที่เราจะนอนกันในคืนนี้ค่ะ

กลางคืนก็หลับๆตื่นๆค่ะ อากาศหนาวด้วยนอนสั่นทั้งคืนเลย พวกเราตื่นกันประมานตีสี่ ล้างหน้าเเปลงฟันเสดก็กะจะเปลี่ยนชุด ใส่เลกกิ้ง ใส้ขายาว เเต่ด้วยความที่ว่ากระเป๋าเราคือใบใหญ่มาก เราเลยบอกให้เพื่อนรีบเข้าไปเปลี่ยน เสื้อผ้าก่อน เดี๋ยวเราเฝ้ากระเป๋าเป้อยุ่ข้างนอกก่อน มันเข้าไปเกือบยี่สิบนาทีได้ สรุปคือ มันท้องเสียค่ะ ตอนนั้นเวลาเริ่มกระชั้นชิด เราเลยไม่เปลี่ยนมันละ เเละเราก็ต้องเดินข้ามอาคารกัน เอาจริงๆอย่าเรียกว่าเดินค่ะ วิ่งกันอีกเเล้วค้าาา 55555 ตอนนั้นเวลาเป็นเวลา 4.40 เเล้วค่ะ เพื่อนเราเลยบอกว่า เด๋วมันลากกระเป๋าที่อยู่บนรถเข็นไปเอง วิ่งไปหาที่ต่อเเถวเช็คอินก่อนเลยย เดี๋ยวกุโทรหา จากนั้นน เราก็วิ่งปู้ดดดดไปเลยค่ะ เป็นการวิ่งเเปดร้อยเม็ดตอนเช้า ที่หนาวเหน็บมาก วิ่งหาอยู่สักพักก็หาเคาท์เตอร์เจอโทรเรียกเพื่อนมา เเละตอนเข้าตม ค่ะ เวลาเราก็นะ ชิวๆค่ะ ตี 5.40 เพื่อนเรามันเข้าไปก่อน พอถึงตาเราปุ้ปป ทางตม บอกกระเป๋าคุณไม่ผ่านนะ คุณต้องกลับไปที่นี่ๆๆ บลาๆ เพื่อเอาของอย่างอย่างออก ซวยอีกเเล้วค่ะท่านผู้โชมมมม ส่วนพนักงานตมเห็นว่าเครื่องเราก็ใกล้จะออกเเล้วนางเลยบอก จัดการเสร็จเเล้วก็ให้รีบมาหาเค้าได้เลย ไม่ต้องต่อเเถว เราก็วิ่งอีกเเล้ววววค้า เพื่อนเราก็โทรหาบลาๆๆ สรุปคือที่ไม่ผ่านเพราะเผลอดันไปเอาเเบตเตอรี่กล้องถ่ายรูปไปใส่ไว้ในกระเป๋าค่ะ เห้ออเหนื่อยเเท้ พอทุกอย่างจัดการเรียนร้อยเรากับเพื่อนนี่วิ่งกันสุดชีวิต ทางก็ไกล พอไม่ถึงหน้าเกท ผลสรุปคือ รถบัสรอบสุดท้ายที่พาไปส่งที่เครื่องบินไปเเล้วค่ะ เราก็อ่าวว เเต่ตอนนั้นเพิ่ง จะหกโมงเองนะ ในบอร์ดดิ้งพาสบอกว่า เข้าเกทห้ามต่ำกว่า 15 นาทีก่อนเครื่องออกหนิ นี่ยังเหลืออีก 5 นาทีนะ 55555 เเต่เเล้วสวรรค์ก็โปรดค่ะ ยังมีคนที่ช้ากว่าเราอีก เจ็ดถึงเเปดคน เเต้งก๊อดดมากกกกค่ะ นางเลยโทรเรียกรสบัสเล็กให้มาช่วยรับพวกเราไป นี่ขนาดนอนสนามบินนะยังเกือบตกเครื่อง 555


เเละคือเหตุผลที่ไปเต้าเฉิงมีเเต่ไฟท์เช้านั้นก็เป็นเพราะเนื่องจากย่าติงอยู่เหนือระดับน้ำทะเลมาก อากาศค่อนข้างเเปรปรวน ส่วนอากาศตอนเช้ามักจะโปร่ง เเละเเปรปรวนน้อยที่สุดค่ะ

ได้ขึ้นเครื่องเรียบร้อยย เพื่อนเราก็เตรียมตัวนอนไปและค่ะ ส่วนเรารอถ่ายรูปวิวอย่างเดียว ไม่ยอมหลับเเน่ๆ

ความคิดเห็นทั้งหมด (0)

    รีวิวที่คล้ายกัน

    ทริปที่ใกล้เคียง

    ไอเดียที่ใกล้เคียง