รีวิว

เฟิ่งหวง-จางเจี่ยเจี้ย-ฉางซา

ฟิ่งหวง
วันออกเดินทาง 29/10/2017
วันเดินทางกลับ 02/11/2017
จำนวนผู้ร่วมทริป ผู้ใหญ่ 2 คน
งบประมาณเฉลี่ยต่อคน 10,001 - 15,000 บาท
บันทึกเพิ่มเติม ทริปนี้ไม่ทันได้วางแผน คิดว่าไป 5 วันตามแผนของแอร์เอเชีย แต่ปรับเปลี่ยนเส้นทางและรายละเอียด ด้วยการเริ่มต้นที่เฟิ่งหวงแทน แต่เอาเข้าจริงนะเราว่าควรใช้เวลา 7-8 วัน จะได้ไม่รีบเร่งมาก
ก่อนเดินทางควรเตรียมเรื่องอินเตอร์เน็ตให้พร้อม ซิมที่ใช้เมืองจีนบางซิมจะไม่สามารถใช้แอปในเครือ google หรือ line ได้ ถ้าจะเอาพวกแผนที่ให้แม่น ต้องใช้ซิมที่ผูกกับเครือข่าย china unicom หรือไม่ก็ต้องใช้ VPN ทะลุทะลวงกำแพง
***ข้อสำคัญในการเดินทางด้วยเวลาจำกัดนี้ คืออาหารคะ เป็นไปได้ให้ซื้อของกินอะไรที่พกได้ พกไว้เลยคะ มีเวลาตอนไหนเข้าห้องน้ำได้ก็เข้าไว้ก่อนเลย ***
ต้นฉบับอยู่ที่ https://nicesmilememo.blogspot.com
7K views
วันที่
1

เวลาเดินทาง 8.00 AM ถึง ฉางซา 12.05 PM ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมง

การเดินทางจากฉางซาไปเฟิ่งหวง เท่าที่เรามีข้อมูล มีสองแบบ

1.ขึ้นรถบัสจากสถานีขนส่งตะวันตก Changsha-Fenghuang ใ่ช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง ค่ารถ 145 หยวน (นั่งกันจนตูดบวม) มีการแวะระหว่างทางคล้ายๆ รถบัสบ้านเรา ที่แวะกลางทางก็จะมีของกินจุกจิก มีห้องน้ำ (ซึ่งก็ไม่ได้ดีมาก แต่ไม่ได้แย่ขนาดว่ามี เศษซากของใครกองไว้ให้ดูต่างหน้า)

2. ขึ้นรถไฟความเร็วสูง จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ถึงสถานี Huaihua และหารถไปเมืองเฟิ่งหวงอีกต่อนึง ก็น่าจะใ่ช้เวลารวมๆ 3-4 ชม.

ซึ่งเราเลือกวิธีแรก

เราจะมีเวลาประมาณ 2 ชม. ในการเดินทางไปสถานีขนส่ง เราถึงสนามบินฉางซาค่อนข้างตรงเวลา พอหลุดด่านมาได้เรารีบหาเคาน์เตอร์ AIRPORT BUS (ค่ารถแอร์พอร์ทบัส 29 หยวน)

รถบัสไปเฟิ่งหวงที่ใกล้เคียงกับเวลาที่เราจะไปถึงมี 2 รอบ คือ เวลา 14.20 น. และ 17.20 น. แต่เราอยากไปรอบบ่ายสอง จะได้ถึงเมืองเฟิ่งหวงไม่ดึกมาก (เช็ครอบรถบัส www.chinabusguide.com)

อาหารกลางวันก็ไม่ต้องคิดมากคะ ซื้อเอาตอนรถบัสถึงจุดแวะ ไข่ต้ม น่องไก่ เกี๊ยวซ่า อย่างละ 5-10 หยวน

หลังจากนั่งตั้งแต่ฟ้าสว่างจนกระทั่งฟ้ามืด ก็ถึงเมืองเฟิ่งหวงในเวลาหนึ่งทุ่ม จากจุดที่เราลงรถถึงโซนที่พัก ใช้เวลาเดิน 20 นาที บรรยากาศคึกคัก พอสมควร มีร้านอาหารเป็นระยะ สองฝั่งถนนแต่...ในขณะที่ความเหนื่อยอ่อนครอบงำ ความซวยก็มาถึง เราหาโรงแรมไม่เจอ !!! แต่ยังโชคดีที่ โรงแรมในเฟิ่งหวงส่วนใหญ่จะให้มาจ่ายเงินทีหลัง เราเลยเปลี่ยนโรงแรมเลย เดินหาเอาใหม่ ซึ่งราคา walk-in ก็ไม่ได้แพงกว่าที่จองในเวปไปมากมายซักเท่าไหร่

หลังจากเข้าที่พัก นั่งพักน่องซักเล็กน้อยแล้วเราก็ไปหาอะไรกินกัน มื้อนี้ใหญ่หลวงนัก เพราะแต่ละจานนั้นปริมาณมันเยอะจริงๆ รสชาติโอเคเลยคะ หลังจากกินอิ่มก็ไปเดินชมเมืองยามค่ำคืนกัน

จากข้อมูลที่รู้ๆ มา บางคนก็ว่าจะมีค่าเข้าชมเมือง 148 หยวน บางคนก็บอกว่าไม่มี แต่เราเข้าไปตอนดึกแล้ว ประมาณ 3 ทุ่ม ก็ไม่เจอด่านเก็บเงินอะไรนะคะ
แม้ว่าสิ่งก่อสร้างจะเป็นบ้านโบราณ เมืองโบราณ แต่พอตกกลางคืน กลายเป็นสถานบันเทิง ขัดๆ ดีเหมือนกันคะ 55+

สรุปค่าใช้จ่ายวันแรก คร่าวๆ ต่อ 2 คน
8060 บาท กับอีก 422 หยวน
เท่ากับประมาณ 5000 บาทต่อคน

วันที่
2

โรงแรมที่เราพักคะ จำชื่อโรงแรมไม่ได้แล้วคะ คืนละ 145 หยวน ห้องน้ำเซ็กซี่ดีมากคะ แต่ห้องก็สะอาดสะอ้านดีคะ พนักงานใช้แอพโทรศัพท์ในการคุยกับเราเพราะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้

เราตื่นแต่ไก่โห่เพื่อชมวิวเมืองยามเช้า ก่อนที่คนจะเยอะ อาหารเช้าก็พึ่งพาปาท่องโก๋ที่จะมีขายอยู่เป็นระยะ ในเมือง อันใหญ่ดีกินอิ่ม
ถ้าใครชอบถ่ายรูป ที่เมืองนี่เหมาะดีคะ มีตรอก มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะ คงต้องใช้เวลาซักวันนึง น่าจะเก็บได้หมดแบบบละเอียดละออ ส่วนเราไม่แนวนั้นและเวลาไม่พอ สายๆ ก็เดินกลับไปที่สถานีรถ เพื่อไปหารถไปจางเจียเจี้ยต่อ

แผนการเดินทางวันที่สอง ขึ้นรถเที่ยวแรก เฟิ่งหวงไปอู่หลิงหยวน เวลา 9.30 น. แต่ไปไม่ทัน เลยขึ้นรถ จากเฟิ่งหวงไป จางเจียเจี้ยแทน แล้วค่อยหารถต่อไปอู่หลิงหยวนอีกต่อนึง

ในจุดนี้จะของอธิบายซักเล็กน้อย จางเจียเจี้ย เป็นทั้งชื่อเมืองและชื่ออุทยาน (หุบเขาอวตารเป็นส่วนหนึ่งในอุทยาน) แต่เมืองที่เป็นทางเขาอุทยานนั้นชื่ออู่หลิงหยวน ซึ่งถ้ามาจากทางเมืองเฟิ่งหวงจะถึงเมืองจางเจียเจี้ยก่อน เราต้องหารถต่อไปอู่หลิงหยวนอีกที

รถมินิบัสจากจางเจียเจี้ย ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ถึง อู่หลิงหยวน มีรถออกทุกชั่วโมง โรงแรมที่พักเราอยู่ไม่ไกลจากประตูเข้าอุทยาน ชื่อ TUNIU HOSTEL พนักงานพอจะพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง เขาจะแจกแผนที่แล้วก็แนะนำที่ท่องเที่ยวในอุทยาน

ค่าเขาอุทยาน 245 หยวน เรามาซื้อตอน 3 โมงเย็น ไม่ต้องต่อคิวกับใครเลย 55+ เพราะอุทยานปิด 5 โมง ค่าเข้าอาจจะดูแพงนะคะแต่ใช้ได้ถึง 4 วัน ส่วนตัวเราคิดว่าถ้าจะเดินเที่ยวเล่นชิวๆ ใช้เวลา 2-3 วัน ก็น่าจะเที่ยวครบทุกจุด ค่าเข้ารวมค่ารถบัสที่วิ่งในอุทยาน แต่ไม่รวม ค่าเคเบิลคาร์ กระเช้า และลิฟต์ ตามคำแนะนำของโรงแรม บอกว่าวันนี้เราน่าจะไปเที่ยวได้ 2 จุด คือ Ten miles gallery กับ golden whip stream trail

เราแวะจุดแรกที่ Ten miles gallery ก็คิดว่าจะเดินชิวๆ คงไม่เหนื่อย และเราประหยัดค่ารถราง (38 หยวน) แต่เอาเข้าจริงก็เหนื่อยเหมือนกันนะ 55+

ดูจากสภาพอากาศแห้ง น้ำไม่มี บวกกับความเหนื่อย เราก็เลยไม่ไป golden whip stream trail

ออกจากอุทยาน ก็เดินตรงไปตามถนนเรื่อยๆ จนสุดแม่น้ำ จะเป็นถนนคนเดินซีปู้เจีย ด้านหน้าจะมีภัตตาคารสูง 3 ชั้น เราจัดอาหารเย็นที่นี่คะ ทุกเมนูใหญ่โตเหมือนเดิม ทานไม่หมดคะ แอบเก็บ เป็ดย่างใส่ห่อกลับมาด้วย ^^

หมดวัน ใช้เงินไปทั้งหมดประมาณ ค่ารถ 92 + ค่าอุทยาน 245 + ค่าอาหาร 100 = 437 หยวน (ประมาณ 2200 บาท ต่อคน)

วันที่
3

จุดหมายที่เราจะไปวันนี้
1. BAILONG LIFT
2. หุบเขาอวตาร
2** TIANBAO MANSION -จุดนี้โรงแรมไม่ได้แนะนำมา
3. HELONG PARK
4. นั่งกระเช้าลงเขา

เช้าวันนี้หลังจากผ่านเข้าประตูอุทยาน เราขึ้นรถบัสมุ่งตรงไป ที่ลิฟต์แก้ว ได้ยินคำร่ำลือมาว่าคนเยอะ และบวกกับเมื่อวานเราไป ภาพเขียนสิบลี้มาแล้ว ฉะนั้นเราจะได้เริ่มที่ลิฟต์แก้วก่อนใคร

เราใช้เวลากับลิฟต์แก้วนี่ ไม่น่าเกิน 5 นาที หมดไป 72 หยวน อย่างรวดเร็ว ถามว่าคุ้มมั้ย อธิบายยากจริงๆ

รถบัสที่วิ่งในอุทยาน เราบอกจุดหมายปลายทางเขา ก่อนขึ้นก็จะดีนะคะ จะได้ไปไม่ผิดที่ ส่วนของกินก็มีให้ซื้อกินเล่นเรื่อยๆ นะ ไม่อดอยาก

ถึงจุดหมายที่ 2. หุบเขาอวตารแล้ว เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปขี่นกตัวนั้น 55+
บริเวณนี้จะมีศาลเจ้าอยู่ด้านบนด้วย สามารถขึ้นไปผูกด้ายแดงอธิฐานได้ เราเดินวนเวียนเล่นแถวนี้อยู่นานพอสมควร ถ่ายรูปค่อนข้างยากนะ เพราะเราเสียวตก มันสูงมาก หาพื้นดินไม่เจอ แง๊ -*-

เราแวะหาที่นั่งกินของที่พกมา (เป็ดย่างเมื่อคืน 55+)

จุดหมายที่ 2** Tianbao mansion พอดีเรามีเวลาก็เลยลองแวะที่นี่ดู เรียกว่าได้เดินเขากันจริงจังก็จุดนี้แหละ แต่เมื่อถึงจุดท๊อปวิวแล้วไม่เสียดายจริงๆ ที่ได้มา ยังกับเห็นโลกทั้งโลกเลยแหละ แต่ทางขึ้นก็น่ากลัวสุดๆ เลย เป็นบันไดเหล็ก ปีนขึ้นทีก็สั่นๆ บวกกับขาเราที่สั่นๆ ด้วยยิ่งไปกันใหญ่ 55+

จุดหมายที่ 3. อุทยานเฮ่อหลง เราก็จะได้เห็นวิวอีกแบบนึงของอุทยาน บริเวณนี้มีร้านแมคโดนัลด้วย สามารถเดินเล่นถ่ายรูปได้สบายๆ ชิวๆ

จุดสุดท้ายก่อนบอกลาอุทยานจางเจียเจี้ย ค่านั่งกระเช้า 72 หยวน ถือว่าคุ้มคะ นั่งนานมากและวิวก็ดีมากๆ

บอกลาอู่หลิงหยวน ไปเมืองจางเจียเจี้ย เข้าพักที่ YijiaQin hotel โรงแรมนี้เป็นที่เลื่องลือในเวปพันธุ์ทิป เจ้าของพูดภาษาอังกฤษได้ เทคแคร์ดี สามารถหาตั๋วเข้าเทียนเหมินซานในราคาถูกได้ โรงแรมนี้ก็เลยมีแต่คนไทย
ตอนเราไปเขาเพิ่งเริ่มเปิดร้านอาหาร เราเหนื่อยก็เลยกินตรงนี้แหละ อาหารอร่อยจุใจดีมาก

วันนี้หมดไปกับค่า ลิฟต์กับกระเช้า ค่ารถนิดหน่อย และค่าอาหารเย็น ก็ประมาณ 250 หยวน ( 1300 บาท)

วันที่
4

เช้าวันรุ่งขึ้น คุณเจ้าของก็อาสาขับรถไปส่ง นักท่องเที่ยวทุกคน พร้อมกับซื้อตั๋วเข้าเทียนเหมือนซานมาให้เรียบร้อย (ราคาเต็ม 258 หยวน) โดยค่าเข้านี่รวมค่ากระเช้า และค่ารถในเทียนเหมินซานแล้ว

วิธีเที่ยวไปได้สองแบบคือขึ้นกระเช้าลงประตูสวรรค์ ลงรถบัส หรือจะขึ้นรถบัส ขึ้นประตูสวรรค์ และลงกระเช้าก็ได้ แต่คนจะนิยมขึ้นกระเช้ามากกว่า

เมื่อนั่งกระเช้าถึงบนเขาก็เดินชมวิวเลาะตามระเบียง ตามขอบเขาที่เขาทำไว้ ไฮไลท์ก็คือระเบียงกระจก เสียอีก 5 หยวนสำหรับค่าถุงเท้าใส่ก่อนเดินระเบียงกระจก แม้ว่ามันจะเสียวแค่ไหน แต่มาแล้วก็ต้องลอง!!
คนเยอะมากมาย อาซิ่มอาซ้อ แกไม่มีกลัวซักคน บางคนยื่นไม้เซลฟี่ออกไปอีก เราเห็นแล้วเสียวทำตกมากๆ
เอาเข้าจริงมาอยู่จุดนี้คือกลัวมาก ด้วยความที่มันไม่มีอะไรอยู่ใต้เท้าเราเลย และอากาศมันก็หนาว มือก็เย็น ใจก็สั่น จะถ่ายรูปจะเซลฟี่อะไร คือเกร็งมากๆ กลัวกล้องตก กลัวผีผลัก!! กลัวๆๆๆ ><

จากวัดเทียนเหมิน นั่งกระเช้าห้อยขาขึ้นไปบนจุดสูงสุดของภูเขา จะมีศาลาแปดเหลี่ยมลักษณะคือสร้างยังไม่สมบูรณ์ดี ตรงจุดนี้จะมีร้านอาหาร ของทานเล่น นั่งกินไปชมวิวไปได้คะ จากตรงนี้จะมีลิฟต์สำหรับขึ้ืนลง จากจุดที่เราลงกระเช้าตอนช่วงเช้า หรือเราจะเดินเท้าลงไปก็ได้

พอลงมาถึงจุดลงกระเช้าตอนเช้า เราต้องเดินไปอีกทางเพื่อไปประตูสวรรค์
ที่ประตูสวรรค์ บัตรเข้าอุทยาน ให้เราลงบันไดเลื่อนฟรีได้ 1 ชั้น ส่วนชั้นต่อไป บันไดเลื่อนจะลงคู่ขนานกันไปกับบันไดประตูสวรรค์ และต้องเสียเงินเพิ่ม เราเลยต้องลงด้วยบันไดประตูสวรรค์ซึ่งชันมากๆ ลูกนอนมีขนาดเล็กกว่าเท้าเรา เป็นการลงบันไดที่เสียวไส้อีกแล้ว
ลงมาถึงข้างล่างจุดธูปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เรียบร้อย ก็ต้องเติมพลังคะ เกี๊ยวน้ำ ราคาน่าจะ 15-25 หยวน จำไม่ได้ซะละ แต่อร่อยคะ อาจจะมันกว่าบ้านเรานิดหน่อย

ลงจากเทียนเหมินซานเราก็กลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรม แล้วไปสถานีขนส่ง หารถบัสไปเมืองฉางซา

จริงแล้วจากจากเจียเจี้ยไปฉางซาเราสามารถไปโดยรถไฟได้คะ ซึ่งสถานีก็อยู่ใกล้กันกับสถานีรถบัส

แต่น่าจะต้องจองก่อน เราเอาสะดวก ก็เลยกลับรถบัสเหมือนขามา

ถึงฉางซา เราเดินทางไปโรงแรมโดยรถไฟใต้ดิน ลงที่สถานีอู่ยี ตัวสถานี และถนนคนเดิน อยู่ใกล้กัน เราก็เลยเลือกจะพักโรงแรมในละแวกนี้ สำหรับโรงแรม ไม่ได้ดีมากมาย ธรรมดาๆ เลือกเพราะสะดวก ที่ไม่ดีคือพนักงานพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลยคะ ต้องใช้แอปแปลภาษาช่วย

คืนนี้จบที่ถนนคนเดินคะ มีร้านขายของฝาก ของกินเลือกได้ตามใจชอบเลยคะ
วันนี้หมดไปกับค่าเข้าเทียนเหมินซาน ค่ารถ ค่าอาหาร รวมๆ ก็ประมาณ 500 หยวน ต่อคน (2500 บาท)

วันที่
5

แผนเที่ยววันนี้ไม่มีแล้วคะ กลับบ้านอย่างเดียว

เช้านี้ระหว่างทางเดินไปรถไฟใต้ดิน เราเห็นแผงลอยเล็กๆ ในตรอกใกล้ๆ โรงแรมมีวันลอยฉุยๆ มีคนมุงๆ ก็มุ่งไปเลยคะ

อาหารเช้าสุดแสนจะคลาสสิค ซาลาเปา เกี๊ยว แป้งทอด และน้ำเต้าหู้ ราคาย่อมเยา

สถานีรถไฟที่เป็นจุดเชื่อมไป ขึ้นรถไฟไปสนามบิน โผล่ขึ้นมาแบบว่า...ไปไม่ถูกเลยมันหย่ายยยยย มันเวิ้งว้างงงง มันต้องไปทางไหนเนียะ

แต่คือสถานที่มันดูดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยนะ

ดูความเวิ้งว้างของมัน...เราเดาว่าช่วงเทศกาลอะไรของเขาคนอาจจะนั่งรอรอบรถไฟกันเต็มพื้นที่ก็เป็นได้

การจะไปสนามบินนั้น...มองหาป้ายเขียนว่า.. Maglev Express (ตามป้ายคือเลข3) ไปตามป้ายเลยจ้า
ถึงสนามบินเดินตามหา International อยู่พักใหญ่ เขาเขียนตัวหนังสือไว้ตัวเล็กมาก อยู่ตรงแถว D ได้กลับบ้านแล้วจ้าาา ทริปนี้สนุกดี คุ้มค่ากับการไปมากๆ ^^

ความคิดเห็นทั้งหมด (0)

    รีวิวที่คล้ายกัน

    ทริปที่ใกล้เคียง

    ไอเดียที่ใกล้เคียง