รีวิว

ซีอาน ซีหนิง ทิเบต อยากไปต้องได้ไป นั่งรถไฟไต่หลังคาโลก

ทิเบต
วันออกเดินทาง 11/09/2019
วันเดินทางกลับ 23/09/2019
จำนวนผู้ร่วมทริป ผู้ใหญ่ 6 คน
งบประมาณเฉลี่ยต่อคน 40,001 - 50,000 บาท
บันทึกเพิ่มเติม Day 1 : Xian
Day 2 : Xian
Day 3 : Xining
Day 4 : On train to Lhasa
Day 5 : Lhasa Tour - Potala Palace, Jokhang Temple
Day 6 : Lhasa Sightseeing - Drepung Monastery, Sera Monastery
Day 7 : Lhasa to Shigatse - Yamdrok-Yutso, Karola Glacier, Pelkor Monastery , Tashi Lunpu Monastery
Day 8 : Rongbuk monastery and Mt. Everest base camp. Skaya monastery.
Day 9 : World highest Rongbuk Monastry - SHEGAR - SHIGATSE (Himalayan ranges)
Day10 : Shigatse to Namtso Lake
Day11 : Namtso Lake to Lhasa
Day12 : Depart from Lhasa to Bangkok
4K views
วันที่
1

ทิเบต ดินแดนแห่งธรรมมะ และหลังคาโลก อยากไปมานานหลายปี แต่ก็ไม่ได้ไปสักที คิดว่าหากรอหาแนวร่วมจากเพื่อนกันเอง คงไม่ได้ไปหรอกชาตินี้ ไม่เคยจะว่างตรงกัน อายุก็มากขึ้นทุกปี เดี๋ยวก็ไปไม่ไหว กลัว AMS ด้วย (Altitude Sickness) จะรอต่อไปไม่ได้แล้ว ทิเบตอยากไปต้องได้ไป อยากนั่งรถไฟไต่หลังคาโลกต้องได้นั่ง ทริปนี้จึงเริ่มต้นขึ้นที่เมืองซีอาน สุสานจิ๋นซี ประเทศจีน

เพื่อนร่วมทางนั้นหาจากเฟซบุ้คเพจ "Backpacker หาเพื่อนเที่ยวในและต่างประเทศ" ตอนแรกกะว่าจะไปคนเดียว แต่การจะไป join trip ของบริษัททัวร์ให้ได้ครบตามสถานที่ที่เราอยากไปนั้น ค่อนข้างลงตัวยาก ส่วนที่ง่ายก็เหมือนจะเสียดายบางสถานที่ ไปตั้ง "หลังคาโลก" ที่คงไม่ได้ไปซ้ำกันง่ายๆ จึงไม่อยากให้มีอะไรค้างคา ดังนั้น จึงคิดว่าลองหาเพื่อนร่วมทางดู ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าได้มาตั้ง 6 คน และมีหนึ่งในนั้นที่อยากเป็นแนวร่วม นั่งรถไฟไต่หลังคาโลก ส่วนอีก 4 คนที่เหลือ คือไม่สามารถลางานได้ยาว จึงไม่ได้มาเริ่มนั่งรถไฟที่จีน แต่บินมาสมทบกันที่ลาซา ทิเบต ตามแพคเกจ private tour 9 วัน 8 คืน

เดินทางด้วยเที่ยวบินจากกรุงเทพไปซีอาน เวลา 20:30-01:30 รวม 5 ชั่วโมง แต่บินประมาณ 4 ชั่วโมง เพราะเวลาในจีนเร็วกว่าไทยเรา 1 ชั่วโมง ไปถึงก็นอนที่สนามบิน เพื่อประหยัดค่าที่พักและเพื่อความปลอดภัยด้วยค่ะ ไม่กล้านั่งแท็กซี่กลางคืนเพราะน่าจะสื่อสารกันลำบาก ที่สนามบินที่โรงแรมให้พัก แต่ราคาค่อนข้างแพง ก็หานอนตามที่นั่งผู้โดยสารตามสไตล์ Budget Trip ค่ะ

รุ่งเช้าเราก็เดินทางเข้าที่พักด้วยรถบัสจาก Terminal 2 ไปลงที่ Drum Tower เอากระเป๋าไปฝากที่โรงแรม จองไว้ที่ Campanile Xian Bell Tower ที่พักอยู่ในทำเลที่สะดวกนะคะ สะอาดเรียบร้อย และเจ้าหน้าก็ใจดี บริการดีมาก แม้ว่าจะไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเก่งมาก แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาค่ะ เพราะว่าเรามี google translator ยังไม่ใช่เวลาเช็คอิน แต่ก็-ขอฝากกระเป๋าไว้ค่ะ ขอเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตา สดชื่นแล้วก็เริ่มเที่ยวกันเลย

ก่อนมาเที่ยวคือยุ่งมาก แผนการเดินทางมันมีคร่าวๆ วันไหนอยู่ไหนเท่านั้นเอง รายละเอียดแทบไม่มีค่ะ อย่างการเดินทางโดยรถเมล์ก็มาถามข้อมูลเอาจากเจ้าหน้าที่เขาก็บอกทางไปป้ายรถเมล์ บอกสายรถเมล์มา เราไม่ต้องไปตั้งต้นที่ Drum Tower ตามที่ก็มีรีวิวว่าเป็นสาย 201 205 หรือ 611 ถึงตอนนี้จำไม่ได้แล้วจริงๆ ค่ะว่าตัวเองขึ้นรถเมล์สายอะไรจากแถวที่พัก (แฮ่ ขออภัย) แต่ค่ารถเมล์ประมาณ 2 หยวน


The Terracotta Army ไปเมืองซีอาน ก็ต้องไปสุสานจิ๋นซี จากโรงแรม เดินออกมาไม่ไกล มีป้ายรถเมล์ เรานั่งไปลงที่สถานีรถไฟซีอาน ซึ่งมีท่ารถบัสไปสุสานจิ๋นซีอยู่ที่นั่น จากหน้าสถานีรถไฟ ทางฝั่งขวามือจะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนะคะ ถ้าต้องการข้อมูลอะไร แต่ถ้าให้แนะนำควรศึกษามาก่อนค่ะ เพราะการสื่อสารที่นี่จะให้รู้เรื่องปะติดปะต่อก็ใช้เวลาอยู่ ต้องเป็นคนที่ใจเย็นพอสมควร และจะไปท่ารถบัสไปสุสานจิ๋นซีก็เดินไปทางฝั่งขวามือเรื่อยๆ ก็จะเห็นท่ารถเองค่ะ จะมีป้ายสัญลักษณ์บอกไว้ชัดเจน ขึ้นสาย 306 ลงสุดสายที่สุสานจิ๋นซี

ลงรถเมล์สุดสาย เดินไปประมาณสามร้อยเมตร จะมีอาคารขายตั๋ว แต่ก่อนเราจะไปถึงตรงนั้นจะถูกรุมเร้าด้วยบรรดามัคคุเทศน์นะคะ หากอยากสนับสนุนก็จ้างไป แต่ถ้าไม่อยากเสียเงินมาก เพราะค่าตั๋วก็ค่อนข้างแพง ประมาณ 150 หยวนแล้วค่ะ แต่การชมสถานที่แบบนี้เราก็ควรมีไกด์นะ ส่วนตัวชอบใช้ Audio guide มากกว่าค่ะ เพราะถ้าฟังไม่ทันเราก็กด replay ย้ำๆ ซ้ำๆ ได้ถ้าเราสนใจอยากรู้จริงๆ

สุสานจิ๋นซีนั้นกว้างใหญ่มาก หลุมที่ขุดไว้ ถูกสร้างเป็นอาคารคลุมไว้ดังที่เห็นในภาพค่ะ มีสามอาคาร อยากจะเดินไปทางไหนก่อนก็เดินค่ะ (คนไม่มีแผน) ซึ่งการที่เรามาเที่ยวเองไม่ง้อทัวร์นั้น ข้อดีคือเราไม่รีบนี่แหละค่ะ อยากไปตรงไหนก็ไป อยากพักเมื่อไหร่ก็พัก ซึ่งกว่าจะเดินครบสามอาคารนั้นใช้เวลาไปมากเหมือนกัน

ออกมาจากสุสาน เดินตามทางออกมาเรื่อยๆ ก็จะพบกับเส้นทางเดินที่ใช้เวลามากพอๆ กับสุสาน อะไรก็น่าชม น่าซื้อ น่ากินไปหมด ขอเรียกว่าเป็น "ถนนคนเดิน" ก็แล้วกันค่ะ คนไม่อ่านรีวิว ไม่เตรียมตัว ไปเรื่อยๆ เอาดาบหน้าเนี่ยนะ ข้อมูลจึงน้อย เรียกอะไรก็ไม่ค่อยถูก ^^

ตอนแรกคิดไว้ว่าหนึ่งวันจะได้เที่ยวสักสองที่ เอาเข้าจริงไม่ได้ไปไหนไกลเลย ทั้งวันอยู่แค่สุสานจิ๋นซีนี่แหละค่ะ เพราะอาณาบริเวณกว้างใหญ่มาก และที่ตื่นตาตื่นใจคือสวนของที่นี่ค่ะ ไม่ค่อยพบว่ามีใครพูดถึงนัก แนะนำว่าให้ยอมเสียค่าบริการนั่งรถกอล์ฟนะคะ ส่วนตัวคืออารมณ์อยากดื่มด่ำกับธรรมชาติ เขียวขจี very green zone มากๆ ก็ได้ดื่มด่ำสมใจมากค่ะ เดินขาแทบลาก มันเหมือนเขาวงกต กว้างใหญ่ไพศาล และเดินเท่าไรก็ไม่ถึงทางออก

เราเดินผ่านอภิมหาสวนใหญ่เพื่อจะมาที่นี่ค่ะ เป็นอีกสุสานหนึ่ง ถ้านั่งรถกอล์ฟมามันจะดีมากๆ ค่ะ มีเวลาดื่มด่ำกับธรรมชาติแบบเต็มอิ่มอย่างแน่นอน แต่ถ้าเดินมาล่ะก็ อารมณ์หมดก่อนจะถึงสุสานที่ไม่ได้มีหุ่นทหารมากนักหรอกค่ะที่นี่ ก่อนที่จะมาถึงนั้นแทบถอดใจแล้ว เจอฝรั่งนักท่องเที่ยว ถามเขาว่าอีกไกลไหม เขาจะบอกแค่ว่า "ก็โอเคนะ ไปเถอะ" เรารู้ เพราะเรามาไกลเกินกว่าจะถอยกลับ และถ้าบอกว่ามันไม่โอเค เราก็จะเหี่ยวไปมากกว่านี้ คุณไม่ได้หลอกดาว คุณแค่ไม่บอกดาวว่ามันก็อีกไกล (55) คนจีนที่นี่เขาเคร่งครัดนะ แม้ว่าเราจะเจอรถกอล์ฟที่มาส่งคน จะขอกลับด้วย เขาก็ไม่ให้ขึ้น เพราะตั๋วขึ้นรถกอล์ฟเราไม่มีจากต้นทาง แม้เราจะบอกว่าเราไปถึงแล้วจะซื้อตั๋วเขาก็ไม่ยอม แม้คนจีนที่มาเที่ยวและพูดภาษาอังกฤษให้จะช่วยพูดให้ เขาก็ไม่ยอมให้เราขึ้น เดินกลับจ้า TT ตัวเราเองไม่เท่าไรหรอก เดินท่ามกลางต้นไม้ บรรยากาศยามเย็นอันแสนเงียบสงบ ดีงามค่ะ แต่แค่กลัวตกรถเที่ยวสุดท้าย อยู่ที่สุสานจนเย็นย่ำใกล้ค่ำ ฟินขนาดนั้น พอไปถึงทางออกเราขึ้นรถบัสกลับเข้าเมืองซีอานได้เลยค่ะ รถบัสจะมารับคนที่นี่เลย สะดวกมากค่ะ

กลับมาถึงตัวเมืองก็มืดค่ำแล้วค่ะ แวะมาที่ North Gate แต่ไม่ได้เข้าไป เพราะปิดแล้วและการแสดงก็จบแล้ว แถวนั้นมีวัดเจดีย์ห่านป่าเล็กด้วย ไม่ได้เข้าไป แต่ก็ถือว่าพบอีกหนึ่งจุดเช็คอิน จากนั้นก็พากันเดินกลับมาแถวบริเวณที่พักที่อยู่ใกล้หอกลอง ด้านหลังหอกลองเป็นชุมชนมุสลิม มีถนนคนเดินเรียกว่า "ถนนมุสลิม" Bei yuan Men เป็นแหล่งถนนคนเดินที่ขึ้นชื่อของเมืองซีอาน พากันเดินเล่นและหามื่อค่ำทานกันที่นี่ ก่อนกลับที่พักจบวันแรกที่แสนเหน็ดเหนื่อยกับการเดินและเดิน แต่ก็สนุกมาก

วันที่
2

ตื่นแต่เช้าเพราะอยากมาเดินเล่นบนกำแพงเมืองซีอานที่ North Gate นั่งแท็กซี่มาคนเดียวด้วยเพราะเพื่อนไม่ยอมตื่น เช้ามากขี้เกียจเดินและเพื่อประหยัดเวลา จำทางได้และแท็กซี่ใช้มิเตอร์ก็เลยไม่ค่อยกลัว เนื่องจากเป็นคนชอบดูหนังจีนย้อนยุค การได้มาเยือนสถานที่ประวัติศาสตร์ ถ้าฝนไม่ตกเชื่อว่าจะบรรยากาศดีมาก ข้างบนมีร้านไอศครีม มีร้านเช่าจักรยาน มีรถกอล์ฟให้บริการ หากได้ปั่นจักรยานหรือนั่งรถกอล์ฟวิ่งบนกำแพงชมเมืองสักรอบ คงสนุกและฟินน่าดู

แต่เพราะฝนตกอากาศหนาวมาก อยากกลับที่พัก แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว ก็เลือกวิธีเดินกลับ ผ่านหอระฆัง แวะเที่ยวหอกลอง

เที่ยงวัน เก็บของออกจากที่พัก เดินทางไปยังสถานีรถไฟด้วย แท็กซี่ ให้ทางโรงแรมเลือกให้ ออกเดินทางไปสถานีรถไฟ ขึ้นรถไฟออกจาก Xian ไปยัง Xining เที่ยวเวลา 13: 40 ถึงเมืองซีหนิงเวลา 19:14 เป็นรถไฟความเร็วสูงแต่ก็ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงเหมือนนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพมาซีอานนี่แหละค่ะ ที่สถานีรถไฟซีหนิง ชอบระบบการเรียกแท็กซี่ของเขามาก มีป้ายบอกทางหาง่าย และมีระเบียบเข้าล็อกแบบไม่ต้องกลัวคนแซงคิว รู้สึกปลอดภัยด้วยค่ะ

วันที่
3

1 Day Trip ในเมือง Xining

มาทำไมวันเดียว วันเดียวจะไปไหนได้ คือมันเป็นความผิดแผนตั้งแต่แรกแล้วค่ะ เพราะตอนแรกไม่ได้คิดจะแวะเมืองซีหนิงเลย คิดว่าจะขึ้นรถไฟจากซีอานตรงไปทิเบต แต่พอเราเปลี่ยนเอเจนซีเนื่องจากในแพลนเดียวกันมีราคาที่ย่อมเยากว่ามากเลย เอเจนซี่รายใหม่ก็ให้คำแนะนำว่า อยากให้เราค่อยๆ ปรับตัวกับระดับที่สูง และหากเรานั่งรถไฟจากซีอานตอนเย็นไปทิเบต จะอย่างไรรถไฟก็มีจอดพักที่ซีหนิง และช่วงเวลาที่ผ่านวิวสวยๆ ก็จะเป็นเวลากลางคืนที่ทำให้เราไม่ได้เห็นอะไร

ดังนั้น หากให้แนะนำ ถ้าจะไม่แวะซีหนิง ก็แพลนเวลารถไฟจากซีอานให้ดีๆ ค่ะ เรามีข้อจำกัดว่าต้องออกเวลาไหน ถึงลาซา ทิเบตเพื่อพบกับเพื่อนๆ วันไหน ก็เลยทำให้เปลี่ยนแปลงเที่ยวที่ว่าจะผ่านวิวสวยๆ ในช่วงกลางวันไม่ได้ เพราะตอนแรกกะว่าจะใช้เวลาที่ซีอานสามวัน โดยอีกวันจะนั่งรถไฟความเร็วสูงไปเมืองลั่วหยาง ซึ่งน่าเสียดายมากๆ ถ้าไม่วางแผนผิดเพิ่มอีกสักวัน ก็จะได้ไปลั่วหยางค่ะ ซึ่งก่อนนั้นไม่สนใจเมืองซีหนิงเลย แต่พอไปมาแล้วคิดว่ามีสัก 14 วัน อยู่ซีอานสองวัน ลั่วหยางหนึ่งวัน มาซีหนิงอีกสองวัน จะดีครบครันดีมาก (ขยายเวลาไปเรื่อยๆ วันลาน่ะพอไหม)

เพราะมีเวลาแค่ 1 วัน จึงเลือกไปวัด Nanchan Temple ที่อยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองมากนัก วิธีการไปก็นั่งรถเมล์ ซึ่งสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่โรงแรมค่ะ ไปทางไหน เลี้ยวไหน ขึ้นรถเมลย์สายอะไร เป็นทริปที่ไปหาทางเอาดาบหน้าอย่างแท้ทรู ^^

วัดไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็ใช้เวลาไปครึ่งวัน ก็แม้แต่เขาสวดมนต์กัน ยังไปฟินเอาความไพเราะ ความสงบกับเขาด้วย

จากนั้นช่วงบ่าย พวกไม่มีแผนก็เสริช Google และตัดสินใจไปกันต่อที่ วัดถาเอ่อร์ซื่อ (Ta'er Monastery) ที่ชาวทิเบตเรียกว่า "คุมบุม" (Kumbum Monastery) เป็นวัดทิเบตขนาดใหญ่และมีนักท่องเที่ยวเยอะมาก ประวัติเขาว่าเป็นที่ประสูติของชงคาปา (Tsong-kha-pa, ค.ศ. 1357-1419) หรือ จงขะปะ ผู้ก่อตั้งนิกายหมวกเหลืองหรือนิกายเกลุกของพุทธศาสนานิกายสรวาสติวาท ของทิเบต

จากถนนหน้าวัด Nanchan Temple ถ้าเราหันหน้าออกจากวัดให้เดินตามฟุตบาธลงเนินไปจนถึงสามแยก ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม เดินลงไปทางด้านขวามือสักสองร้อยเมตร จะพบป้ายรถเมล์ให้ขึ้นรถเมล์สาย 909 นะคะ จะช่วยประหยัดได้มาก เพราะค่าแท็กซี่ 100 หยวน ขาเดียวนะคะ แต่รถเมล์คือ 4 หยวนเท่านั้น !! นี่คือสรุปมาให้แล้ว แต่เบื้องหลังการสอบถามเส้นทางการคุยกับแท็กซี่หลายคันนั้นวุ่นวายกับ google translator และภาษามือมากค่ะ

ยังไปไม่ถึงทิเบต แต่เราก็ได้เห็นวัดทิเบตจากเมืองซีหนิงแล้วเป็นแห่งแรก วัดสวย และอาณาบริเวณกว้างมาก นักท่องเที่ยวเยอะมาก ควรจะต้องมีเวลาสักครึ่งวัน แต่ตอนนั้นคือหิวมาก เราจึงไม่ได้เดินกันทั่วนัก เพราะว่าต้องรีบกลับด้วย เพื่อที่จะขึ้นรถไฟจากเมืองซีหนิง ไปยังลาซา ทิเบต

ขากลับออกจากวัด (ทางเดิมกับทางเข้า) เดินลงเนินมาเรื่อยๆ ตามริมฟุตบาทก็จะมีร้านค้า มีแม่ค้าแผงลอยคล้ายๆ บ้านเรา เดินจนมาถึงสามแยกที่เราลงรถบัสสาย 909 ตอนขามา เดินเลี้ยวมาทางขวา จะเห็นมีรถตู้ รถบัสจอดอยู่เยอะเลยล่ะค่ะ พวกเราก็ลองสอบถามคนในรถตู้ดู ว่าเขาเมืองไหม ราคาเท่าไรเพราะน่าจะเร็วกว่าเดินทางด้วยรถบัน ราคาเข้าเมืองก็ 7 หยวนเอง จึงพากันนั่งรถตู้กลับ ระหว่างทางก็สอบถามผู้โดยสารในรถตู้ค่ะ ว่าควรจะลงตรงจุดไหน เพื่อที่เราจะได้นั่งแท็กซี่กลับโรงแรมได้ คนจีนเขาก็อาสาจะบอกเองเมื่อถึงจุดลงที่มันโอเคจะต่อรถ

ดังนั้น ใครว่าคนจีน โนสนโนแคร์ เราว่า percepiton ก็น่าจะเก่าแล้วนะ เพราะจากประสบการณ์เองตั้งแต่เคยไปปักกิ่งเมื่อปีก่อน หรือปีนี้ที่ตั้งแต่ลงเครื่องที่ซีอาน เที่ยวซีอานมาจนถึงซีหนิง ก็เจอแค่คนพยายามช่วยเหลือเท่าที่จะสามารถทำได้ กระเป๋าขึ้นลงรถไฟ มีคนช่วยจับช่วยยก การไม่รู้ภาษาอังกฤษได้ได้ทำให้พวกเขาปฏิเสธความช่วยเหลือ แต่จะคว้าโทรศัพท์มือถือออกมา หาแอพที่จะช่วยแปล ช่วยเข้าใจ พยายามจะช่วย มีความเป็นมิตร มีน้ำใจ มากกว่าที่คาดหวัง คือดีงามเลยล่ะค่ะ

ก่อนจากเมืองซีหนิง ขอเอ่ยถึงเรื่องอาหารที่แทบไม่ได้พูดถึง เพราะปกติเป็นคนกินยาก ถนัดอาหารรสชาติไทย แต่หม้อไฟที่ซีหนิงมันดีจริงๆ อย่าถามชื่อร้านเพราะจำไม่ได้ TT เอาเป็นว่าไปซีหนิงถ้าเบื่ออาหารรสชาติแบบจีน ลองมองหาหม้อไฟอย่างนี้ดู อากาศหนาว หม้อไฟร้อนๆ คือ มันอร่อย ดี๊ดี ^^

สำหรับการจองตั๋วรถไฟจาก จัดการให้โดยทางเอเจนซีที่ทิเบตนะคะ จะเป็นค่าใช้จ่ายต่างหากแยกจากค่าแพคเกจทัวร์ โดยปกติมีค่าดำเนินการ เราสามารถตรวจสอบค่าตั๋วทางเว็บไซต์ได้ ไม่ได้จองตั๋วเอง เพราะเท่าที่อ่านรีวิวต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ การจองตั๋วเองนั้นต้องมีวีซ่าเข้าทิเบตด้วย และเวลาที่เรากรอกข้อมูลบนเว็บไซต์ ไม่ได้รับรองได้เสมอไปว่าเราจะได้ตั๋ว แต่สำหรับเอเจนซี่หรือบริษัททัวร์ที่เราซื้อแพคเกจทัวร์กับเขานั้น ไม่ว่ายังไงเขาต้องจัดการให้เราเข้าทิเบตให้ได้ และอย่างที่บอกว่าเอเจนซี่รายนี้ดี ไม่คิดค่าดำเนินการ ^^

ตั๋วซีอาน - ซีหนิง เป็นตั๋วรถไฟความเร็วสูง ทางเอเจนซี่ส่งมาให้ที่โรงแรมที่ซีอานตามที่เราแจ้งไว้
ตั๋วซีหนิง - ทิเบต ก่อนหน้านั้นเรียกว่ามีความกังวลพอสมควร แต่ทางเอเจนซี่เขายืนยันมั่นเหมาะ Don't worry sister
ไม่ว่ายังไงเขาย่อมหาตั๋วให้เราได้แน่นอน และตั๋วก็มาถึงโรงแรมที่ซีหนิงในวันเดินทางก่อนเวลาการเดินทางไม่กี่ชั่วโมงเองค่ะ Don't worry จริงๆ

วันที่
4

Mission Possible "นั่งรถไฟไต่หลังคาโลก" สำเร็จ !

สาเหตุที่อยากนั่งรถไฟไปทิเบต เพราะคิดว่ามันน่าสนุกดี และคงจะได้เห็นวิวสวยๆ แบบจุตาจุใจ และก็ได้เข้าใจว่าประเทศจีนนั้นมุ่งมั่นพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง ระบบโครงสร้างพื้นฐานของเขาไม่ว่าจะเป็น ถนน ทางรถไฟ ท่ามกลางภูเขา และความเวิ้งว้างว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ไพศาลแบบที่รถไฟวิ่งทั้งวันทั้งคืน มันต้องใช้งบประมาณมหาศาลเช่นกัน เขาเก่งนะประเทศนี้

ไว้จะมาให้ข้อมูลเรื่องรถไฟ และการเที่ยวในทิเบต ดินแดนหลังคาโลกให้ฟังสัปดาห์หน้านะคะ คือตอนมาใช้เว็บนี้เข้าใจว่าเซฟดราฟได้ จึงไม่ได้เตรียมเนื้อหามาให้เสร็จก่อนโพสต์ ต้องขออภัยด้วยค่ะ

ความคิดเห็นทั้งหมด (0)

    รีวิวที่คล้ายกัน

    ทริปที่ใกล้เคียง

    ไอเดียที่ใกล้เคียง