รีวิว

เขื่อนเชี่ยวหลาน ทริป adventure

Thailand
วันออกเดินทาง 17/07/2016
วันเดินทางกลับ 19/07/2016
จำนวนผู้ร่วมทริป ผู้ใหญ่ 4 คน
งบประมาณเฉลี่ยต่อคน 5,001 - 10,000 บาท
บันทึกเพิ่มเติม ค่าตั๋วเครื่องบินคนละ 2,xxx
ค่าที่พักพร้อมอาหาร 3วัน 2คืน คนละ 5,xxx
ค่ากองกลางคนละ 2,000 บาท ใช้เป็นค่ารถเช่าพร้อมคนขับ ค่าขนม ค่าอาหารทะเลวันสุดท้ายตอนขึ้นฝั่ง
สรุปประมาณคนละ 9,xxx บาท

เป็นทริปแรกกับเพื่อนๆสมัยม.ปลาย ห่างกันไป 20 กว่าปี เจอกันบ้างตามงานแต่งงาน พอไปเที่ยวด้วยกันคุยกันไม่หยุด อัพเดทชีวิตกันอย่างสนุกสนาน
16K views
วันที่
1

เป็นทริปแรกที่เราไม่ได้วางแผนเที่ยวด้วยตัวเอง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเพื่อนสาว ไปกันทั้งหมด 4 คน คนหนึ่งมีหน้าที่จองตั๋วเครื่องบิน อีกคนจองที่พัก อีกคนจองรถเช่าพร้อมคนขับ ส่วนเรามีหน้าที่ print ตั๋วเครื่องบินและถามตลอดทริปว่ากินกี่โมง ไปน้ำตกกี่โมง เช้าต้องตื่นกี่โมง ถามตลอดทริป 5555 ซึ่งเราตกลงกันไว้แล้วว่าทริปนี้เราขอเป็นลูกทัวร์

ซึ่งการเดินทางจากกรุงเทพจนถึงเขื่อนเชี่ยวหลานใช้เวลาประมาณ 3 ชม. นั่งเครื่องบินก็ 1 ชม. ต่อด้วยรถจากสนามบินไปที่ท่าเรืออีก 1 ชม. จากเรือนั่งไปแพที่พักอีกประมาณ 1 ชม.

ตอนลงเรือพวกเราได้ลงเป็นกลุ่มสุดท้ายเลยนั่งหน้าๆ มีเสื้อชูชีพสำหรับทุกคน มีคลื่นแรงเป็นช่วงๆ หันไปเห็นน้องที่นั่งข้างหลังประมาณแถวที่ 3-4 จากหัวเรือ ตัวน้องเค้าเปียกโชกทั้งตัว นึกในใจว่าถ้าขากลับเปียกทั้งตัวแบบนี้จะเป็นงัยบ้าง ขาไปยังงัยก็ต้องโดดเล่นน้ำอยู่ดี แค่เปียกก่อนนำหน้าคนอื่นไป ทั้งเรือนี่ขำกันและสงสารน้องคนนั้นมาก แต่น้องเค้าน่ารักยิ้มแย้มมาก

เราถึงที่พักกันประมาณบ่ายโมง มาถึงก็กินข้าวเที่ยง ที่พัก 3 วัน 2 คืน รวมอาหารทุกมื้อ เติมไม่อั้น

อันนี้มื้อกลางวัน วันแรกที่มาถึง โดยรวมอาหารแต่ละมื้อได้ความรู้สึกเหมือนมาเข้าค่ายตอนเด็กๆ เลือกมากไม่ได้ มีอะไรก็ต้องกินอย่างนั้น ซึ่งการมาเที่ยวกับเพื่อนสมัยม.ปลาย ความรู้สึกนี้มันใช่เลย

กินข้าวกลางวันเสร็จ ก็เข้าห้องพัก ได้ห้องวิวดีมาก อยู่ห้องริมและอยู่ตรงกลางซึ่งสามารถเห็นวิวทั้งสองฝั่ง แต่ที่พีคของทริปนี้คือ ไม่มีแอร์ เฮ้ยยย....คือทุกคนบอกเพื่อนที่จองที่พักว่าขอห้องแอร์นะ สุดท้ายมันบอกว่าแพนี้ไม่มีแอร์ กรูจองผิดแพ จำชื่อแพผิด ทุกคนมองหน้ากันและรุมด่า พูดถึงแอร์กันตลอดทั้งทริป กลับมากรุงเทพก็ยังบ่นกับมันเรื่องแอร์ ว่าเราเป็นคนขี้ร้อนมากกกก สรุปทริปนี้นอนเหงื่อท่วม ปาดเหงื่อทั้งคืนนอนไม่หลับ แต่เราร้อนอยู่คนเดียว ซึ่งเพื่อนอีก 3 คนที่มาด้วยบอกว่าโอเค มีลมพัดเข้ามาทางหน้าต่างบ้าง แต่เราร้อนมากพูดเลย พัดลมก็ไม่เย็น ใบพัดกว้าง 1 นิ้ว เอาหน้าไปจ่อพัดลมผมมันยังไม่ปลิวเลย ไฟที่ห้องพักกำลังวัตต์น้อยมาก ชาร์ทอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ได้เลย ทุกคนต้องไปชาร์ทที่แพกลาง คือชีวิตคนกรุงมีรวนเล็กน้อย ปล่อยวางและอยู่กับธรรมชาติ ร้อนก็โดดลงน้ำ มาดูกิจกรรมวันแรกกัน ขอบอกว่าจัดหนักมาก คืนแรกนอนระบมทั้งตัว

เราพักกันที่แพคีรีวารินทร์ ตอนนั่งเรือมาที่พักเราผ่านแพ 500ไร่ เห็นแล้วว่าอยู่ใกล้ๆกันประมาณหนึ่งช่วงโค้งน้ำ เลยชวนเพื่อนพายเรือไปดูแพ 500 ไร่ พายเรือไปกลับประมาณ 1ชม. ตกดึกที่ปวดเมื่อยตั้งแต่นิ้วมือจนลามไปทั้งแขนก็คงเพราะพายเรือ จ้วงกันอย่างกับมาเก็บตัวนักกีฬาเตรียมไปแข่งโอลิมปิก

ช่วงที่พายเรือไปดูแพ 500 ไร่ เวลาประมาณ 4 โมงเย็น เมฆฝนครึ้มๆ ช่วงโค้งน้ำที่อยู่ระหว่างแพ 500 ไร่ กับแพคีรีวารินทร์ ช่วงนั้นเงียบมาก น้ำนิ่ง บรรยากาศเงียบสงบแต่แอบน่ากลัวขนลุก เราเลยจอดเรือนิ่งๆกันอยู่แป๊บเดียวชมวิว เพราะวิวช่วงแพ 500 ไร่ มันสวยมากๆ รู้แล้วว่าทำไมแพ 500 ไร่ถึงได้พรีเมียม เพราะวิวเค้าสุดจริงๆ ว่าแล้วเราก็รีบจ้วงพายกลับที่พัก ไปถึงเกือบจะ 5 โมงเย็น แพคีรีวารินทร์เราคึกคักเฮฮามาก ซึ่งต่างจากที่แพ 500 ไร่ ทุกคนดูสนุกสนานโดยเฉพาะกิจกรรมการโดดน้ำที่มองมาจากที่พักดูจะไม่สูง แต่พอปีนขึ้นไป พูดเลยว่าเสียวมาก โดดครั้งแรกลุ้นกันอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง ทุกบ้านต่างมองมาที่เรา เดาว่ามีพนันได้เสียว่าพวกเราจะโดดหรือไม่โดด ใครไม่ไปยืนจุดนั้นไม่รู้หรอก ขนาดเราโดดไป 3 รอบ ขาสั่นทุกรอบที่โดด เพียงแค่ใช้เวลาตัดสินใจโดดเร็วขึ้นจากครึ่งชั่วโมงเหลือสองนาทีแล้วโดดเลย แต่โดดแบบขานี่เหยียดตรงเลยนะ 55555

มีขอนไม้ยักษ์ให้เกาะ ให้เดินเล่น ให้ผูกเรือ ซึ่งที่แพ 500 ไร่ไม่มี เห็นแค่ขอนไม้ยักษ์เอามากั้นเขตให้แขกที่พักพายเรือใกล้ๆที่พักและคงกันกระแสน้ำมั๊ง เพราะตรงที่พักแพคีรีวารินทร์ช่วงโค้งน้ำแถวๆจุดที่กระโดดน้ำไหลแรงมาก ตอนแรกเพื่อนว่ายน้ำมาที่จุดกระโดดแบบไม่ใส่เสื้อชูชีพโดดเราบ่นเล็กน้อยว่าไม่ระวัง ต่อให้ว่ายน้ำแข็งแค่ไหนเจอลมเจอกระแสน้ำก็มีเหนื่อยหมดแรงนะ

จบวันแรกแค่นี้ก่อน เดี๋ยวมาต่อกับกิจกรรมวันที่ 2-3 เวลามันผ่านไปช้ามากที่เค้าบอกว่า slow life ก็เกือบจะจริง ถ้าไม่ได้พายเรือ โดดน้ำกันอย่างบ้าคลั่ง ตกดึกเข้าบ้านใครบ้านมัน จากที่เฮฮา ทุกบ้านก็เงียบสงบไม่มีกินเหล้าเคาะขวด ส่วนบ้านที่เราพักลมพัดเข้าเย็นมากแต่มาจากทางด้านหลังบ้านซึ่งเป็นทางเดินของทุกคน ลมพัดที่ผมปลิวสลวยจนแห้งไม่ต้องพึ่งไดร์เป่าผม ถึงเอาไดร์มาที่ห้องก็เสียบไฟไม่เข้าอยู่ดี ถึงเวลานอนต้องปิดประตูบอกลาลมเย็นๆ เฮ้อออ

ความคิดเห็นทั้งหมด (0)

    รีวิวที่คล้ายกัน

    ทริปที่ใกล้เคียง

    ไอเดียที่ใกล้เคียง