รีวิว

เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์...ดินแดนแห่งขุนเขาและทะเลสาบ! - EP 2/2 เมืองดาโวส (Davos)

Switzerland
วันออกเดินทาง 13/08/2016
วันเดินทางกลับ 20/08/2016
จำนวนผู้ร่วมทริป ผู้ใหญ่ 2 คน
งบประมาณเฉลี่ยต่อคน > 50,000 บาท
บันทึกเพิ่มเติม ผมแบ่งการเดินทางออกเป็น 2 ตอนนะครับ เนื่องจากเที่ยวหลายวัน

EP 1/2 เมืองซูริค (Zurich)
EP 2/2 เมืองดาโวส (Davos)

ซึ่งตอนนี้เป็นตอนที่ 2 เมืองดาโวส (Davos)
เข้าไปติดตามตอนที่ 1 เมืองซูริค (Zurich) ได้ตามลิงค์นี้เลยครับ

www.govivigo.com/reviews/125-เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์-ดินแดนแห่งขุนเขาและทะเลสาบ%2CEP-12-ซูริค-Zurich
40K views
วันที่
1

วันนี้ผมต้องออกเดินทางไปเที่ยวเมือง Davos
Davos อาจจะไม่ค่อยดังสำหรับคนไทยเท่าไหร่น่ะครับ แต่สำหรับต่างประเทศแล้วเมืองนี้เป็นเมืองแห่งการประชุมระดับโลกเลยครับ ผู้นำระดับโลกล้วนมาประชุมที่นี้เกือบทุกปีไม่ว่า บารัค โอบามา หรือ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ดังนั้นความปลอดภัยและมาตรฐานของเมืองนี้ต้องยกนิ้วให้เลย

ประวัติความเป็นมาของเมืองนี้นั้นเห็นเขาเล่ากันว่าชาวเนเธอแลนด์เป็นผู้บุกเบิกเมืองขึ้นมาครับ โดยมาทำบ้านพักที่รักษาคนป่วยสำหรับโรคหอบหืด สมัยนั้นยังไม่มียารักษาโรคหอบหืดที่ดีเหมือนในปัจจุบันน่ะครับ
เพื่อให้คนป่วยได้สูดอากาศบริสุทธิ์และเย็นสบายช่วงหน้าร้อน อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติคงจะทำให้อาการดีขึ้น เมืองนี้เลยเริ่มดังเรื่อยๆ ขนาดคนป่วยยังหาย ดังนั้นคนธรรมดาทั่วไปก็คงจะสุขภาพดีเพิ่มขึ้นประมาณนั้น ☺

Davos อยู่ทางทิศตะวันออกของสวิสเซอร์แลนด์ ใกล้ๆออสเตรียและอิตาลี่ ผมเริ่มการเดินทางจากซูริกโดยรถไฟครับ ใช้เวลาเกือบๆสามชั่วโมง
ต้องเปลี่ยนรถไฟหนึ่งครั้งที่เมือง Landquart เพราะทางจะเริ่มแคบลงและไต่ขึ้นเขาไปเรื่อยๆ รถไฟธรรมดาที่คันใหญ่ๆจะขึ้นไม่ได้ครับ

จากรูปแผนที่รถไฟด้านล่างคือ
Zurich >>>Landquart>>>Davos >>> Bergun >>> Samedan

โดยผมจะไปพักที่ Davos ส่วนเมือง Bergun & Samedan นั้นเป็นหมู่บ้านไม่ใหญ่มาก อยู่บนเส้นทางรถไฟสาย UNESCO ผมไปเช้าเย็นกลับ ใครอยากจะเที่ยวทริปแบบเดียวกับผมอ้างอิงจากแผนที่นี้ได้เลยน่ะครับ

เริ่มออกจากเมืองแล้วครับ นี้แหละบรรยากาศที่ผมกำลังรอคอย ทุ่งหญ้า ภูเขา แม่น้ำ บ้านอยู่บนเขาแต่ล่ะลูกช่างสวยเหมือนภาพวาดเหลือเกิน
นั่งรถไฟมาถึงครึ่งทางก็ต้องเปลี่ยนคัน ผมต้องรีบวิ่งทั้งกระเป๋ากล้องโน้นนี้เต็มไปหมด เลยไม่ได้ถ่ายช่วงเปลี่ยนรถให้ดูครับ เพราะรถไฟเขาตรงเวลามากกกก ไม่ถึง 3 นาทีรถไฟออกเลย ดีน่ะผมมาทันไม่งั้นต้องรออีกหลาย ชม.

ที่เลือกมาช่วงซัมเมอร์ไม่ใช่มันสวยกว่าช่วงหน้าหนาวน่ะครับ แต่ไม่มีตังส์ 555555555
เพราะช่วงหน้าหนาวหิมะตก คนมาเล่นสกีเยอะมาก โรงแรมจะเต็มเขาจะปรับราคาขึ้น 3 เท่า คงจ่ายไม่ไหว T-T
หน้าร้อนคนยุโรปจะไปเที่ยวสเปน เกาะต่างๆหรือไม่งั้นก็ไทย(โปรโมทประเทศตัวเองหน่อย 5555) ไม่ค่อยจะมาเที่ยวสวิสกันเท่าไหร่ ดังนั้นก็เสร็จเรา มาช่วงมันถูกนี้แหละ!!

ถึงแล้วครับเมือง Davos ที่รอคอย แต่ Davos จะมีหลายสถานีหน่อยน่ะครับ ลงก่อนอาจจะไม่ถึงน่ะครับ ต้อง Davos Platz เท่านั้นครับ รถไฟจอดกลางเมืองเลยครับ

จากสถานีรถไฟผมต้องเดินไปโรงแรมตอนแรกคิดว่าคงไม่ไกล เดินกันไปชิลล์ๆ ที่ไหนได้เดินกันจนเหงื่อตกกันเลยทีเดียว แต่ดีหน่อยที่วิวข้างทางสวยหายเหนื่อยไปเยอะเลย น้ำไม่ลึก แต่ไหลแรงและเย็นมากครับ

เดินกันมาน่าจะ 2-3 กิโลเห็นจะได้ นี้แหละครับด้านหน้าโรงแรม ด้านหลังติดภูเขา

รอเช็คอินครับ

หลังจากเช็คอินเรียบร้อยแล้ว วิ่งไปเปิดประตูระเบียงชมบรรยากาศกัน ภาพที่เห็นมันช่วงอิ่มตาอิ่มใจเหลือเกิน :-)
ภูเขาตั้งอยู่ด้านหน้า ผมนั่งดูเขาลูกนั้นเกือบครึ่งชั่วโมง

มองไปด้านบนขวาสุดคือห้องพักที่พักอยู่ครับ

หลังจากหายเหนื่อยแล้วออกสำรวจกันครับ ตอนนี้ 4 โมงกว่าๆแล้วน่ะครับ แต่ช่วงซัมเมอร์พระอาทิตย์ก็จะตกโน้นแหละครับ 4-5 ทุ่ม ยังมีเวลาเหลือให้เราเดินเที่ยวอีกหลาย ชม. สำหรับวันนี้

ร้านนื้เป็นร้านแนะนำเลยน่ะครับ ใครผ่านก็เชิญแวะครับที่ร้าน Schneider's

แรงที่เดินเริ่มหมด ผมก็จัดแอปเปิ๊ลพายไอศกรีมไป ไขมันที่สะสมไว้ที่หน้าท้องเก็บเอาไว้ใช้ที่บ้านล่ะกัน 555555

เดินมาจนถึงทางขึ้นขึ้น Schatzalp Strela
ที่นี้แหละครับ ที่ผมเกริ่นไว้ตอนต้นเรื่อง แหล่งกำเนิดเมืองดาโวสนั้นเองที่เขาเอาไว้ให้คนป่วยหอบหืดมาพัก แต่ตอนนี้ทำเป็นโรงแรมแล้วครับ เดี่ยวเราต้องนั่งรถรางขึ้นไปเพราะทางขึ้นชันมากครับ ถ้าเดินขึ้นไปคงต้องใช้เวลา 4-5 ชม.

ส่วนบัตรนั้น ผมได้มาจากโรงแรมน่ะครับ เป็นแพ็กเกจรวมทุกอย่าง ไม่ว่าจะขึ้นกระเช้าที่เขาลูกไหน รถบัส อื่นๆ ฟรีทุกอย่างครับ นี้แหละครับ ข้อดีของการมาเที่ยวหน้าร้อนของที่นี้ คนน้อย เขาอยากให้คนมาเที่ยวเยอะๆ แต่ไม่แน่ใจว่าหน้าหนาวแล้วบัตรตัวนี้จะยังฟรีหรือเปล่า

ใช้เวลา 15-20 นาทีก็ขึ้นมาถึงแล้วครับ
เมืองที่เราเห็นด้านล่างนั้นคือดาโวสที่พักอยู่นั้นเอง ภูเขาโอบไว้รอบๆด้านเลยครับ เดี่ยวพรุ่งนี้จะขึ้นไปบนเขาที่เห็นอยู่ด้านหน้านั้นครับ
ซึ่งด้านหลังที่ผมถ่ายรูปนี้ก็จะมีเขาที่สูงกว่าอยู่อีกน่ะครับ เดี่ยววันมะรืนจะมาสำรวจเขาลูกนี้อีกรอบ

บรรยากาศรอบๆ เปิดเป็นร้านอาหารด้วยครับ

ทางเข้าหน้าโรงแรมบนนี้ครับ

เพื่อนผมเอง 55555555

ผมใช้เวลาจนจะทุ่มกว่าๆ ก็ลงไปด้านล่างล่ะครับ จริงๆอยากอยู่นานกว่านี้เพราะมันสวยมากๆ แต่ไม่ไหวล่ะ เริ่มหิวข้าว

ร้านอาหารค่อนข้างจะหายากนิดหนึ่งน่ะครับ ผมเลยมานั่งกิน food court ใน ซุเปอร์มาเก็ต

โชคดีที่ผมเจออาหารเอเชียมีข้าวให้กินด้วย น้ำตาจะไหล T-T
ผมเลือกๆผักแล้วส่งให้เขาผัดให้ แล้วบอกเขาว่าต้องการซอสอะไร จานนี้ประมาณ 900 กว่าๆบาทน่ะครับ ถ้าบ้านเราผัดๆ แบบนี้ไม่น่าจะเกิน 50 บาทมั้งครับ ในห้างก็คง 60-70 ส่วนข้าวเห็นติดไว้ว่าเป็นข้าวหอมมะลิ ภูมิใจข้าวบ้านเรามีขายทั่วโลก แต่ชิมแล้วคงไม่ใช่หอมมะลิ 100% แต่ถ้าเป็นฝรั่งคงแยกรสชาติไม่ออก ก็คงจะเหมือนเรากินมันฝรั่งหรือขนมปังที่รสชาติเหมือนกันไปหมด

พ่อครัวมาจากญี่ปุ่น เขาเห็นผมเป็นคนเอเชียเลยชวนคุยซะยาวเลย เขาบอกไม่ค่อยเห็นคนเอเชียมาเที่ยวที่นี้สักเท่าไหร่ ส่วนตัวเขามีครอบครัวและทำงานทีนี้ อยู่ที่ญี่ปุ่นงานหายาก วุ่นวาย ชีวิตไม่ค่อยจะโอเคสำหรับเขาเท่าไหร่

หลังจากทานข้าวเสร็จแล้วลุยกันต่อครับ ก่อนกลับแวะร้านข้างทางเล็กๆซื้อน้ำไปกินที่โรงแรม
เห็นบะหมี่ก็อยากจะลองชิมสะหน่อย จากเกาหลีส่งมาถึงสวิสเนี้ย มันจะอร่อยหรือเปล่า

พอดึกๆผมก็จะกินมาม่าแล้วปัญหาโลกแตกก็เกิดขึ้น ไม่มีกาต้มน้ำร้อน!!!!
พระเจ้าช่วยกล้วยทอดดดด เครื่องชงกาแฟเป็นแบบอัตโนมัติจะต้มน้ำร้อนอย่างเดียวมันก็ไม่ทำงาน ทำไงล่ะทีนี้
เดินเข้าห้องน้ำครับ เปิดก๊อกน้ำที่อ่างล้างหน้า ให้มันอุ่น ดีหน่อยที่น้ำจากก๊อกเขาสะอาด จากที่ไหนก็กินได้ 55555555
เกือบจะได้กินแล้วเชียว สังเกตุที่ฝาไม่มีซ้อมพลาสติกติดไว้เหมือนที่เมืองไทย!!! ตะลึงรอบสอง
ในห้องก็ไม่มีช้อนส้อม จะไปขอจากพนักงานด่านล่างก็ดึกล่ะ เกรงใจเขา
สุดท้ายได้ใช้ที่คนกาแฟสองอันมาคืบบะหมี่กิน T-T

วันที่
2

ตื่นเช้ามาบรรยากาศสุดยอดเลยครับ
บนหลังคาจะมีเหล็กไว้ป้องกันหิมะเกาะกันเป็นก้อนใหญ่ๆน่ะครับ ไม่งั้นเวลามันตกลงไปโดนหัวคนคงได้เข้าโรงบาลแน่ๆ 555555

ก่อนจะมาดูพยากรณ์อากาศเหมือนช่วงนี้ฝนจะตก แต่ดูวันนี้โชคจะเข้าข้างเรา ฟ้าโปร่ง อากาศแจ่มใส

เริ่มต้นมื้อเช้าครับ อาหารที่นี้มีให้เลือกเยอะดีครับ แต่ก็เป็นสไตล์ฝรั่งๆ ผมกินไรไม่ค่อยได้เท่าไหร่

อันนี้คือกินไม่ค่อยได้เท่าไหร่แล้วน่ะครับ 55555555

เดินเลาะๆริมน้ำไปเพื่อจะไปขึ้นเขาที่เราเห็นเมื่อวานกันครับ

เขาลูกนี้ต้องเปลี่ยนกระเช้าขึ้นไป 2 รอบนะครับ ที่เราเห็นนั้นคือชั้นแรก ส่วนชั้นที่สองนั้น มันสูงแล้วเยื้องไปด้านหลัง เราจะมองไม่เห็นจากตรงนี้ครับ

บรรยากาสในกระเช้าครับ มองลงไปด้านล่างที่เมืองดาโวส

วันที่
3

ความคิดเห็นทั้งหมด (0)

    รีวิวที่คล้ายกัน

    ทริปที่ใกล้เคียง

    ไอเดียที่ใกล้เคียง